ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ มัญชิฏฐกวรรคที่ ๔
๑๐. อุจฉุวิมาน

               อรรถกถาอุจฉุวิมาน               
               อุจฉุวิมาน มีคาถาว่า โอภาสยิตวา ปฐวึ สเทวกํ เป็นต้น.
               อุจฉุวิมานนั้นเช่นเดียวกับวิมานอ้อยในหนหลัง ทั้งโดยพระบาลีและโดยเหตุเกิดเรื่องนั่นเอง.
               ในเรื่องนั้น แม่ผัวใช้ตั่งอย่างเดียวตีลูกสะใภ้ตาย แต่ในเรื่องนี้ใช้ก้อนดิน ความต่างกันดังนี้เท่านั้น. แต่เพราะวัตถุ (ที่ใช้ประหาร) ต่างกัน ทั้งสองเรื่องจึงขึ้นสู่สังคายนาแยกกัน บัณฑิตพึงทราบดังนี้.
               ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า
               ท่านส่องสว่างตลอดปฐพี เหมือนดวงจันทร์และดวงอาทิตย์รุ่งโรจน์ล้ำโลกพร้อมทั้งเทวโลกด้วยสิริ วรรณะ ยศและเดช เหมือนดังท้าวมหาพรหมรุ่งโรจน์ล้ำทวยเทพชั้นไตรทศพร้อมทั้งองค์อินทร์ ดูราเทพธิดาผู้เลอโฉม ทัดทรงมาลัยดอกอุบล มีดอกไม้กรองบนศีรษะ มีผิวพรรณผุดผ่องดังทอง ประดับองค์ ทรงภูษาอันสูงสุด
               อาตมาขอถามท่าน ท่านเป็นใคร มาไหว้อาตมา เมื่อก่อนท่านได้ทำกรรมอะไรไว้ด้วยตน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ท่านสั่งสมทานหรือรักษาศีล เพราะบุญอะไร ท่านจึงเข้าถึงสุคติ มียศ [อิสริยะ, เกียรติ, บริวาร]
               ดูราเทวดา ท่านถูกอาตมาถามแล้ว ขอท่านโปรดบอกทีเถิด นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร.
               ลำดับนั้น เทวดาได้กล่าวตอบด้วยคาถาเหล่านี้ว่า
               ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ปัจจุบันพระคุณเจ้าเข้าไปบิณฑบาตยังบ้านตำบลนี้นี่แหละ มาจนถึงเรือนของพวกดีฉัน ขณะนั้น ดีฉันมีจิตใจเลื่อมใส เปี่ยมด้วยปีติไม่มีอะไรเปรียบได้ ได้ถวายท่อนอ้อยแด่พระคุณเจ้า.
               แต่ภายหลัง แม่ผัวมาซักถามดีฉันว่า อีใจร้าย เจ้าเอาอ้อยไปไว้ที่ไหน ดีฉันตอบว่า ฉันไม่ได้ทิ้งและมิได้รับประทาน ฉันเองได้ถวายแด่ภิกษุผู้สงบ แม่ผัวผู้นั้นได้บริภาษดีฉันว่า อ้อยนี้ของเจ้าหรือ ที่แท้ข้าเป็นเจ้าของ ดังนี้แล้ว นางคว้าก้อนดินทุ่มดีฉัน ดีฉันก็ตาย จุติจากมนุษยโลกนั้นแล้วมาเป็นเทวดา
               ดีฉันได้กระทำกุศลกรรมนั้นแหละ จึงได้เสวยความสุขด้วยตน ได้ร่วมบำรุงบำเรออยู่กับเทวดาทั้งหลาย และบันเทิงใจอยู่ด้วยกามคุณห้า ดีฉันได้กระทำกุศลกรรมนั่นแหละ จึงได้เสวยความสุขด้วยตน มีท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครอง มีทวยเทพชั้นไตรทศรักษา เพรียบพร้อมไปด้วยกามคุณห้า.
               ผลบุญเช่นนี้มิใช่น้อย การถวายอ้อยของดีฉันมีผลมาก ดีฉันได้ร่วมบำรุงบำเรออยู่กับเทวดาทั้งหลาย และบันเทิงใจอยู่ด้วยกามคุณห้า.
               ผลบุญเช่นนี้มิใช่น้อย การถวายอ้อยของดีฉันมีผลรุ่งเรืองมาก ดีฉันมีท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครอง มีทวยเทพชั้นไตรทศรักษา เพียงดังว่าท้าวสหัสนัยน์ในสวนนันทนวัน
               ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดีฉันสำนึกถึงพระคุณเจ้าผู้อนุเคราะห์ จึงเข้ามาถวายนมัสการ และบอกกล่าวถึงกรรมที่เป็นกุศล ขณะนั้น ดีฉันมีจิตเลื่อมใส เปี่ยมด้วยปีติ ไม่มีอะไรเปรียบได้ ได้ถวายท่อนอ้อยแด่พระคุณเจ้าดังนี้.
               คำที่เหลือก็เช่นเดียวกับที่กล่าวมาแล้วนั่นเองแล.

               จบอรรถกถาอุจฉุวิมาน               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ มัญชิฏฐกวรรคที่ ๔ ๑๐. อุจฉุวิมาน จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 47อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 48อ่านอรรถกถา 26 / 49อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=1676&Z=1710
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๑  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :