ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรคที่ ๑
๗. นาวาวิมานที่ ๒

               อรรถกถาทุติยนาวาวิมาน               
               ทุติยนาวาวิมาน มีคาถาว่า สุวณฺณจฺฉทนํ นาวํ เป็นต้น.
               ทุติยนาวาวิมานนั้น เกิดขึ้นอย่างไร.
               เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ กรุงสาวัตถี พระเถระขีณาสพรูปหนึ่ง เมื่อจวนวันจะเข้าพรรษา ประสงค์จะจำพรรษา ณ วัดใกล้หมู่บ้าน จึงออกจากกรุงสาวัตถี เดินทางไกล ภายหลังฉันอาหารแล้วมุ่งเฉพาะหมู่บ้านนั้น ลำบากกาย กระหายน้ำ เพราะเดินทางเหนื่อยระหว่างทาง ถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ไม่เห็นสถานที่ที่มีร่มเงาและน้ำพร้อมเช่นนั้น นอกหมู่บ้าน ถูกความเหน็ดเหนื่อยครอบงำ จึงห่มจีวรเข้าไปยังหมู่บ้าน ยืนที่ประตูเรือนหลังใกล้ๆ นั่นแล.
               ณ เรือนหลังนั้น หญิงผู้หนึ่งเห็นพระเถระ จึงถามว่า ท่านมาแต่ไหนเจ้าคะ รู้ว่าท่านเดินทางเหนื่อยและกระหายน้ำ จึงกล่าวว่า มาเถิดเจ้าข้า แล้วนิมนต์ให้เข้าไปยังเรือน กล่าวว่า นิมนต์นั่งตรงนี้เจ้าค่ะ แล้วปูลาดอาสนะถวาย.
               เมื่อพระเถระนั่งเหนืออาสนะนั้นแล้ว นางก็ถวายน้ำล้างเท้าและน้ำมันชโลมเท้า ถือพัดใบตาลพัดถวาย. เมื่อความเร่าร้อนสงบแล้ว นางก็ปรุงน้ำปานะหวานเย็นหอมถวาย.
               พระเถระดื่มน้ำปานะนั้นแล้ว ก็สงบความลำบากกายลง ทำอนุโมทนาแล้วก็หลีกไป.
               ต่อมาภายหลัง นางก็ตายไปบังเกิดในภพดาวดึงส์.
               เรื่องทั้งหมดพึงทราบว่า ก็เช่นเดียวกับวิมานในลำดับก่อน แม้ในคาถาทั้งหลายก็เคยกล่าวไว้ทั้งนั้น.
               ด้วยเหตุนั้น พระธรรมสังคาหกาจารย์จึงกล่าวว่า
               ท่านพระโมคคัลลานะถามว่า
               ดูก่อนเทพนารี ท่านขึ้นเรือปิดทอง ท่านลงเล่นสระโบกขรณี หักปทุมด้วยมือ. กูฏาคารนิเวศของท่านจัดไว้พิมพ์เดียวกัน ประหนึ่งเนรมิตเป็นส่วนสัด เมื่อส่องแสงก็ส่องสว่างรอบสี่ทิศ. เพราะบุญอะไร วรรณะของท่านจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญอะไร ผลนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน.
               ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               เทวดานั้นถูกท่านพระโมคคัลลานะถามแล้วดีใจ ก็พยากรณ์ปัญหาโดยอาการที่ท่านถามถึงกรรมที่มีผลดังนี้ว่า
                         ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์ ในชาติก่อน
               ในมนุษยโลก ดีฉันพบพระภิกษุที่ลำบากกาย กระหาย
               น้ำ จึงขวนขวายถวายน้ำให้ท่านดื่ม. ผู้ใดแลขวนขวาย
               ถวายน้ำแก่พระภิกษุผู้ลำบากกาย กระหายน้ำ ให้ท่าน
               ดื่ม แม่น้ำหลายสาย ที่มีน้ำเย็น มีสวนไม้มาก มีบัวขาว
               มาก ย่อมเกิดมีแก่ผู้นั้น แม่น้ำหลายสายย่อมรายล้อม
               วิมานนั้นเป็นประจำ มีแม่น้ำที่มีน้ำเย็น ลาดด้วยทราย
               มีมะม่วง สาละ หมากหอม หว้าราชพฤกษ์ และแคฝอย
               ที่มีดอกบานสะพรั่ง.
                         คนทำบุญแล้ว ย่อมได้วิมานอันประเสริฐสุด ที่
               ประกอบด้วยภูมิภาคเช่นนั้น อันสง่างามหนักหนา นี้
               เป็นผลของกรรมนั้นเท่านั้น ผู้ทำเป็นบุญแล้วย่อมได้
               รับผลเช่นนี้. เพราะบุญนั้น วรรณะของดีฉันจึงเป็น
               เช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลนี้จึงสำเร็จแก่ดีฉัน และโภคะ
               ทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ดีฉัน.
                         ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดีฉันขอบอก
               แก่ท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ดีฉันได้กระทำบุญใดไว้
               เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และ
               วรรณะของดีฉันจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.

               แม้บรรดาอรรถกถาทั้งหลาย ในอรรถกถานี้ ก็ต้องกล่าวว่า เอโกว เถโร พระเถระรูปหนึ่งเหมือนกัน.

               จบอรรถกถาทุติยนาวาวิมาน               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรคที่ ๑ ๗. นาวาวิมานที่ ๒ จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 6อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 7อ่านอรรถกถา 26 / 8อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=153&Z=184
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๑  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com