ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ปัณณิกชาดก
ว่าด้วย ที่พึงให้โทษ

               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภอุบาสกพ่อค้าผักผู้หนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า โย ทุกฺขผุฏฺฐาย ภเวยฺย ตาณํ ดังนี้.
               ได้ยินว่า อุบาสกชาวเมืองสาวัตถีนั้น ขายผักต่างๆ มีฝักข้าวเป็นต้น และผักผลมีน้ำเต้า และผักเป็นต้นเลี้ยงชีวิต เขามีธิดาคนหนึ่ง รูปร่างงดงาม แจ่มใส สมบูรณ์ด้วยมรรยาทและความประพฤติ ประกอบด้วยหิริโอตตัปปะ เสียอย่างเดียวที่ชอบหัวเราะหน้ารื่นอยู่เสมอ เมื่อสกุลที่คู่ควรพากันมาสู่ขอนาง เขาคิดว่า การสู่ขอรายนี้กำลังดำเนินไป ส่วนลูกสาวเราคนนี้ หัวเราะหน้ารื่นอยู่เป็นประจำ ก็เมื่อนางกุมารียังไม่มีสมบัติลูกผู้หญิงไปสู่ตระกูลผัว ย่อมเป็นที่ครหาถึงมารดาบิดาได้ เราต้องทดลองลูกเราดูว่า มีกุมาริกาธรรมหรือยังไม่มี.
               วันหนึ่ง เขาให้ธิดาถือกระเช้า ไปป่าเพื่อเก็บผักในป่า แล้วทำเป็นถูกกิเลสรัดรึงด้วยมุ่งจะทดลอง พลางกล่าวถ้อยคำเล้าโลม แล้วจับมือนางไว้ พอนางถูกจับมือเท่านั้น ก็ร้องไห้คร่ำครวญกล่าวว่า พ่อจ๋าเรื่องนี้ไม่สมควรเลย เป็นเช่นกับความปรากฏขึ้นแห่งไฟจากน้ำ พ่ออย่าทำอย่างนี้เลย. เขากล่าวว่า ลูกรัก พ่อจับมือเจ้าเพื่อจะลองดู. จงบอกพ่อซิลูกว่า เดี๋ยวนี้ เจ้ามีกุมาริกาธรรมแล้ว นางตอบว่า มีจ้ะพ่อ เพราะฉันไม่เคยมองดูผู้ชายคนไหน ด้วยคิดอยากจะได้เลย. เขาปลอบธิดาแล้วทำการมงคล ส่งตัวไปสู่ตระกูลผัว คิดว่า เราจักถวายบังคมพระศาสดา ถือของหอมและดอกไม้เป็นต้น ไปพระเชตวันมหาวิหาร ถวายบังคมพระศาสดา บูชาแล้วนั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง เมื่อมีพระพุทธดำรัสว่า นานอยู่นะที่ท่านมา จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
               พระศาสดาตรัสว่า อุบาสก กุมาริกาถึงพร้อมด้วยมรรยาทและศีลมานานแล้วเทียว อนึ่ง ท่านมิใช่เพิ่งจะทดลองนางอย่างนี้ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในครั้งก่อน ก็เคยทดลองมาแล้วเหมือนกัน เขากราบทูลอาราธนา ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-
               ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นรุกขเทวดาในป่า เรื่องราวมีว่า ครั้งนั้นในพระนครพาราณสี มีพ่อค้าผักคนหนึ่ง ดังนี้ต่อนี้ไป เช่นเดียวกันกับเรื่องปัจจุบันนั่นแหละ ผิดกันแต่ตอนที่นางพอถูกเขาจับมือเพื่อลองใจ ก็ร่ำไห้กล่าวคาถานี้ว่า

               "ยามเมื่อฉันมีทุกข์ ท่านผู้ใดเล่าเป็นที่พึ่ง ท่านผู้นั้นคือบิดาของฉัน กำลังประทุษร้ายฉันในป่า ฉันจะร่ำร้องหาใครในกลางป่า ท่านผู้จะช่วยได้กลับทำกรรมอันสาหัสเสียเอง"
ดังนี้.

               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โย ทุกฺขผุฏฺฐาย ภเวยฺย ตาณํ ความว่า ในยามเมื่อทุกข์ทางกายทุกข์ทางใจมาพ้องพาน ท่านผู้ใดพึงเป็นผู้ต้านทาน คือเป็นที่พำนัก.
               บทว่า โส เม ปิตา ทุพฺภิ วเน กโรติ ความว่า ท่านผู้นั้นคือบิดาของฉัน คอยช่วยป้องกันต้านทุกข์ให้ กำลังกระทำกรรมอันตัดเยื่อใยไมตรี อันน่าบัดสีเช่นนี้ในป่านี้เสียเอง คือกำลังคิดเพื่อจะกระทำการล่วงเกินธิดาที่ตนให้กำเนิดเกิดมา.
               ด้วยบทว่า กสฺส กนฺทามิ นี้ นางแสดงความว่า ฉันจะร้องไห้หาใคร คือใครจักมาเป็นที่พึ่งให้ฉัน.
               บทว่า โย ตายิตา โส สหสา กโรติ ความว่า ท่านผู้ใดเล่าที่จะปกป้องคุ้มครองฉัน ควรจะเป็นที่พึ่งพำนักได้ ท่านผู้นั้นคือบิดาคนเดียว กำลังกระทำกรรมอันน่าบัดสี.

               ครั้งนั้น ผู้เป็นบิดาจึงปลอบนาง แล้วถามว่า แม่คุณ เจ้ารักษาตนได้แล้วหรือ?
               นางตอบว่า จ้ะพ่อ ฉันรักษาตนเองได้.
               เขาก็พานางมาเรือน ประดับตกแต่ง ทำการมงคลแล้วส่งไปสู่สกุลผัว.
               พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจจะ เวลาจบสัจจะ อุบาสกดำรงอยู่ในโสดาปัตติผลแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า
               บิดาในครั้งนั้นได้มาเป็น บิดา ในครั้งนี้
               ธิดาก็คงมาเป็นธิดา
               ส่วนรุกขเทวดาผู้เห็นเหตุการณ์นั้นโดยประจักษ์ ได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.

.. อรรถกถา ปัณณิกชาดก ว่าด้วย ที่พึงให้โทษ จบ.
อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 0อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 101อรรถกถาอรรถาธิบาย
เล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 102อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 103อรรถาธิบายเล่มที่  27 เริ่มข้อที่ 2519
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=27&A=677&Z=682
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๒  พฤษภาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๘
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com