ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ติตติรชาดก
ว่าด้วย ตายเพราะปาก

               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุชื่อโกกาลิกะ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อจฺจุคฺคตา อติพลตา ดังนี้
               เรื่องของโกกาลิกภิกษุนั้น จักแจ่มแจ้งในตักการิยชาดก เตรสนิบาต.
               แต่ในชาดกนี้ พระศาสดาทรงรับสั่งว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้นที่โกกาลิกะอาศัยวาจาของตนต้องพินาศ แม้ในครั้งก่อนก็เคยพินาศมาแล้วเหมือนกัน แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-
               ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลอุทิจจพราหมณ์ เจริญวัยแล้ว เรียนศิลปะทุกอย่างในเมืองตักกสิลา ละกามทั้งหลายเสียแล้วบวชเป็นฤๅษี ทำอภิญญา ๕ สมาบัติ ๘ ให้เกิดแล้ว คณะฤๅษีทั้งปวงประชุมกันในหิมวันตประเทศ ตั้งให้ท่านเป็นอาจารย์ผู้ให้โอวาท ยอมตนเป็นบริวาร ท่านได้เป็นอาจารย์ผู้ให้โอวาทของฤๅษี ๕๐๐ เล่นอยู่ด้วยฌานกรีฑาอยู่ในป่าหิมพานต์
               ครั้งนั้น ดาบสผู้หนึ่งเป็นโรคผอมเหลือง ถือพร้าไปผ่าไม้ ครั้งนั้น ดาบสปากกล้าผู้หนึ่ง นั่งอยู่ใกล้ๆ ดาบสผอมนั้น พูดว่า จงฟันในที่นี้ จงฟันในที่นี้ ทำให้ดาบสผอมนั้นขัดเคือง เธอโกรธแล้วกล่าวว่า เดี๋ยวนี้ท่านไม่ใช่อาจารย์ฝึกหัดศิลปะในการผ่าฟืนของเรานะ แล้วเงื้อพร้าอันคม ฟันทีเดียวเท่านั้น ทำให้ดาบสปากกล้าถึงสิ้นชีวิต. พระโพธิสัตว์ให้กระทำสรีรกิจแก่เธอแล้ว.
               ในครั้งนั้น ที่เชิงจอมปลวกแห่งหนึ่ง ไม่ไกลอาศรมบท นกกระทาตัวหนึ่งอาศัยอยู่ ทุกเช้าทุกเย็นมันยืนอยู่บนยอดจอมปลวก ขันเสียงดังลั่น ฟังเสียงนั้นแล้ว พรานผู้หนึ่งคิดว่า น่าจะมีนกกระทา จึงสะกดไปด้วยหมายเสียงเป็นสำคัญ ฆ่ามันแล้วถือเอาไป พระโพธิสัตว์ไม่ได้ยินเสียงมัน ถามพวกดาบสว่า ที่ตรงโน้นมีนกกระทาอาศัยอยู่ เพราะเหตุไรเล่าหนอ จึงไม่ได้ยินเสียงมัน? พวกดาบสบอกเรื่องนั้นแก่พระโพธิสัตว์.
               พระโพธิสัตว์เทียบเคียงเหตุการณ์ทั้งสองอย่าง แม้เหล่านั้นแล้ว กล่าวคาถานี้ ในท่ามกลางหมู่ฤๅษีความว่า :-
               วาจาที่ดังเกินไป ความเป็นผู้รุนแรงเกินไป พูดล่วงเวลา ย่อมฆ่าผู้มีปัญญาทรามเสีย ดุจวาจาที่ฆ่านกกระทาผู้ขันดังเกินไป ฉะนั้น
ดังนี้.

               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อจฺจุคฺคตา แปลว่า วาจาที่สูงเกินไป.
               บทว่า อติพลตา ได้แก่วาจาที่รุนแรงเกินไป เพราะกล่าวซ้ำๆ ซากๆ.
               บทว่า อติเวลํ ปภาสิตา ได้แก่ วาจาที่ล่วงเวลา คือคำพูดที่กล่าวเกินประมาณ.
               บทว่า ติตฺติรํวาติวสฺสิตํ ความว่า เสียงขันที่ดังเกินไป ย่อมกำจัดนกกระทาเสียฉันใด วาจาเห็นปานนี้ ย่อมกำจัดคนโง่ๆ คือคนพาลเสียฉันนั้น.

               พระโพธิสัตว์ให้โอวาทแก่หมู่ฤๅษีด้วยประการฉะนี้ เจริญพรหมวิหาร ๔ ได้มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า.
               พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้นที่โกลาลิกภิกษุอาศัยคำพูดของตน ฉิบหายแล้ว แม้ในครั้งก่อน ก็เคยฉิบหายแล้วเหมือนกัน.
               ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า
               ดาบสว่ายากในครั้งนั้น ได้มาเป็น โกกาลิกภิกษุ
               คณะฤๅษี ได้มาเป็น พุทธบริษัท
               ส่วนศาสดาแห่งคณะได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.


               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ติตติรชาดก ว่าด้วย ตายเพราะปาก จบ.
อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 0อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 116อรรถกถาอรรถาธิบาย
เล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 117อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 118อรรถาธิบายเล่มที่  27 เริ่มข้อที่ 2519
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=27&A=771&Z=776
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  พฤษภาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๘
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com