ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา สีหโกตถุกชาดก
ว่าด้วย ตัวเหมือนราชสีห์แต่เสียงไม่เหมือน

               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภพระโกกาลิกะ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า สีหงฺคุลี สีหนโข ดังนี้.
               ได้ยินว่า วันหนึ่ง พระโกกาลิกะ เมื่อพระผู้เป็นพหูสูตหลายรูปกำลังสนทนาธรรมกันอยู่ ตนเองประสงค์จะกล่าวบ้าง.
               เรื่องทั้งหมดพึงพิสดาร โดยนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั้นแล.
               พระศาสดา ครั้นทรงสดับเรื่องนั้นแล้ว จึงรับสั่งว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โกกาลิกะเปิดเผยด้วยเสียงของตน มิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้แต่ก่อนก็เปิดเผย แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
               ในอดีตกาลครั้ง พระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี ครั้งนั้นพระโพธิสัตว์ถือกำเนิดเป็นราชสีห์ อยู่อาศัยในหิมวันตประเทศ สมจรกับนางสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งจึงได้ลูก. ลูกตัวนั้นเหมือนกับพ่อด้วยอาการเหล่านี้คือนิ้ว เล็บ สร้อยคอ สี และสัณฐาน แต่เสียงเหมือนแม่. อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อฝนตกขาดเม็ดแล้ว พวกราชสีห์ เมื่อเหล่าราชสีห์บรรลือสีหนาทเล่นหยอกกันอยู่ มันก็ต้องการบรรลือสีหนาทในระหว่างเหล่าราชสีห์นั้นบ้าง จึงเปล่งเสียงเหมือนแม่สุนัขจิ้งจอก.
               ครั้นฝูงราชสีห์ได้ฟังเสียงของมัน จึงพากันนิ่ง.
               ลูกราชสีห์ร่วมชาติของพระโพธิสัตว์อีกตัวหนึ่ง ได้ยินเสียงของมันแล้ว จึงพูดว่า พ่อราชสีห์ตัวนี้เหมือนเราด้วยสีเป็นต้น แต่เสียงของมันไม่ยักเหมือน มันเป็นสัตว์ประเภทไหน เมื่อจะถามจึงกล่าวคาถาแรกว่า :-

               ราชสีห์ตัวนั้น นิ้วก็นิ้วราชสีห์ เล็บก็เล็บราชสีห์ ยืนก็ยืนด้วยเท้าราชสีห์ มีอยู่ตัวเดียวในหมู่ราชสีห์ ย่อมบรรลือด้วยเสียงอีกอย่างหนึ่ง.


               ในบทเหล่านั้น บทว่า สีหปาทปติฏฺฐิโต ได้แก่ ยืนด้วยเท้าของราชสีห์นั่นเอง. บทว่า เอโก นทติ อญฺถา ความว่า ตัวเดียวเท่านั้น ออกเสียงเหมือนสุนัขจิ้งจอก ไม่เหมือนพวกราชสีห์เหล่าอื่น ชื่อว่าบรรลือด้วยเสียงอีกอย่างหนึ่ง.

               พระโพธิสัตว์ได้สดับคำนั้นแล้วจึงกล่าวว่า ดูก่อนลูก สัตว์นี้เป็นพี่น้องของลูก เป็นลูกของนางสุนัขจิ้งจอก มีรูปเหมือนเรา มีเสียงเหมือนแม่ แล้วจึงเรียกลูกนางสุนัขจิ้งจอกมาสั่งสอนว่า นี่แน่ลูก ตั้งแต่นี้ไป เมื่อเจ้าจะอยู่ในที่นี้ จงอยู่เงียบๆ ถ้าเจ้าเปล่งเสียงอีก ราชสีห์ทั้งหลายจะรู้ว่าเจ้าเป็นสุนัขจิ้งจอก จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

               ดูก่อนเจ้าผู้เป็นบุตรราชสีห์ เจ้าอย่าบรรลือเสียงอีกเลย จงมีเสียงเบาๆ อยู่ในป่า เขาทั้งหลายพึงรู้จักเจ้าด้วยเสียงนั้นแหละ เพราะเสียงของเจ้าไม่เหมือนกับเสียงราชสีห์ผู้เป็นพ่อ.


               ในบทเหล่านั้น บทว่า ราชปุตฺต คือ ลูกพญาสีหมฤค.

               ก็และลูกสุนัขจิ้งจอกนั้น ครั้นฟังคำสอนนี้แล้ว ก็ไม่กล้าเปล่งเสียงอีกต่อไป.

               พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก.
               สุนัขจิ้งจอกในครั้งนั้น ได้เป็น โกกาลิกะ ในครั้งนี้.
               ลูกราชสีห์ร่วมชาติได้เป็น ราหุล
               ส่วนพญามฤค คือ เราตถาคต นี้แล.

               จบ อรรถกถาสีหโกฏฐุกชาดกที่ ๘

.. อรรถกถา สีหโกตถุกชาดก ว่าด้วย ตัวเหมือนราชสีห์แต่เสียงไม่เหมือน จบ.
อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 0อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 223อรรถกถาอรรถาธิบาย
เล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 225อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 227อรรถาธิบายเล่มที่  27 เริ่มข้อที่ 2519
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=27&A=1369&Z=1376
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๓  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๔๘
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :