ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา มัจฉชาดก
ว่าด้วย ไฟราคะร้อนกว่าไฟอย่างอื่น

               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภการเล้าโลมของภรรยาเก่า (ของภิกษุรูปหนึ่ง) ตรัสพระธรรมเทศนานี้
               มีคำเริ่มต้นว่า น มายมคฺคิ ตปติ ดังนี้.
               เรื่องย่อมีว่า พระศาสดาตรัสถามภิกษุนั้นว่า ดูก่อนภิกษุ ได้ยินว่า เธอกระสันจริงหรือ ภิกษุนั้นกราบทูลว่า จริงพระเจ้าข้า ตรัสถามว่า ใครทำให้เธอกระสัน กราบทูลว่า ภรรยาเก่าพระเจ้าข้า. ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสกะภิกษุนั้นว่า ดูก่อนภิกษุ หญิงนี้ทำความเสื่อมเสียให้แก่เธอ แม้เมื่อก่อน เธออาศัยหญิงนี้ ถึงกับถูกเสียบด้วยหลาว ย่างในถ่านเพลิงถูกกินเนื้อ ได้อาศัยบัณฑิตจึงรอดชีวิตมาได้ แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
               ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้เป็นปุโรหิตของพระราชา. อยู่มาวันหนึ่ง ชาวประมงยกปลาที่ติดตาข่ายตัวหนึ่ง วางไว้หลังหาดทรายอันร้อน เสี้ยมหลาวด้วยคิดว่าจะปิ้งปลานั้นที่ถ่านเพลิงแล้วเคี้ยวกิน.
               ปลาร้องรำพันถึงนางปลา ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า :-

               ไฟนี้ก็ไม่เผาเราให้เร่าร้อน แม้หลาวที่พรานแหเสี้ยมเป็นอย่างดีแล้ว ก็ไม่ยังความทุกข์ให้เกิดขึ้นแก่เรา แต่การที่นางปลาเข้าใจว่า เราไปหานางปลาตัวอื่นด้วยความยินดี อันนี้จะเผาเราให้เร่าร้อน.

               ไฟคือราคะนั้นแล ย่อมเผาเราให้เร่าร้อน พรานแหทั้งหลายขอได้ปล่อยเราเถิด สัตว์ผู้ตกยากอยู่ในกาม ท่านไม่ควรฆ่า.


               ในบทเหล่านั้น บทว่า น มายมคฺคิ ความว่า ไฟนี้ย่อมไม่เผาเรา คือไม่ทำให้เราเร่าร้อน ไม่ทำให้เราเศร้าโศก. บทว่า น สูโล คือ แม้หลาวนี้พรานแหเสี้ยมไว้อย่างดีก็ไม่เผาเรา คือไม่ยังความโศกให้เกิดแก่เรา. บทว่า ยญฺจ มํ มญฺญเต มจฺฉี ความว่า แต่นางปลาเข้าใจเราอย่างนี้ว่า เราไปหานางปลาอื่นด้วยความยินดีในกามคุณห้า นั่นแหละทำให้เราเร่าร้อน ทำให้เราเศร้าโศก เผาเรา. บทว่า โส มํ ทหติ ความว่า ไฟคือราคะนั้น ย่อมเผาเรา. บทว่า จิตฺตญฺจูปตเปติ มํ ความว่า จิตของเราประกอบด้วยราคะ ทำให้เราเร่าร้อน ลำบาก. บทว่า ชาลิโน เรียกชาวประมง. ด้วยว่าชาวประมงเหล่านั้น ท่านเรียกว่า ชาลิโน เพราะมีตาข่าย. บทว่า มุญฺจถยิรา ได้แก่ ปลาอ้อนวอนว่า ข้าแต่นาย โปรดปล่อยข้าพเจ้าเถิด. บทว่า น กาเม หญฺญเต กฺวจิ ความว่า สัตว์ที่ตั้งอยู่ในกาม ถูกกามชักนำไป ไม่ควรฆ่าโดยแท้. ปลารำพันว่า คนเช่นท่านไม่ควรฆ่าปลานั้นเลย. อนึ่งปลาผู้ติดตามหานางปลา เพราะเหตุกาม คนเช่นท่านควรฆ่าโดยแท้.

               ในขณะนั้น พระโพธิสัตว์ไปถึงฝั่ง ได้ยินปลานี้รำพัน จึงเข้าไปหาชาวประมงให้ปล่อยปลานั้นไป.

               พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจธรรม ทรงประชุมชาดก. เมื่อจบสัจธรรม ภิกษุกระสันตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล
               นางปลาในครั้งนั้น ได้เป็น ภรรยาเก่าในครั้งนี้
               ภิกษุกระสันได้เป็น ปลา
               ส่วนปุโรหิต คือ เราตถาคต นี้แล.

               จบ อรรถกถามัจฉชาดกที่ ๖

.. อรรถกถา มัจฉชาดก ว่าด้วย ไฟราคะร้อนกว่าไฟอย่างอื่น จบ.
อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 0อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 279อรรถกถาอรรถาธิบาย
เล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 281อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 283อรรถาธิบายเล่มที่  27 เริ่มข้อที่ 2519
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=27&A=1632&Z=1640
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๘  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๔๘
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com