ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา โกสิยชาดก
ว่าด้วย ผู้รู้กาลควรไม่ควร

               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภพระเจ้าโกศล ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า กาเล นิกฺขมนา สาธุ ดังนี้.

               พระเจ้าโกศลเสด็จออก ในเวลาไม่สมควร เพื่อปราบปรามชายแดน.
               เรื่องนี้มี นัยดังที่กล่าวแล้ว ในหนหลังทั้งนั้น.

               ส่วนพระศาสดาทรงนำอดีตนิทานมาตรัสเล่า.
               ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพาราณสีเสด็จกรีฑาทัพออกในเวลาไม่สมควร ทรงยับยั้งกองทัพอยู่ที่อุทยาน ในกาลนั้น มีนกเค้าตัวหนึ่งเข้าไปซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ไผ่ ฝูงกาต่างมาล้อมไว้ด้วยคิดว่า จักจับนกเค้าตอนออก นกเค้าไม่คอยรอจนถึงพระอาทิตย์ตก จึงออกในกาลไม่สมควร พอขยับจะบินหนี ทีนั้นกาทั้งหลายจึงรุมกันจิกตีจนล่วงลง.
               พระราชาตรัสเรียกพระโพธิสัตว์แล้วตรัสถามว่า ดูก่อนท่านบัณฑิต พวกกาเหล่านี้จิกตีนกเค้าตกลงด้วยเหตุใดหนอ. พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า นกเค้าออกจากที่อยู่ของตนในกาลไม่สมควร จึงได้รับความทุกข์เห็นปานนี้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรออกจากที่อยู่ของตนในกาลไม่สมควร.
               เมื่อจะประกาศข้อความนี้ จึงกล่าวคาถาทั้งสองนี้ว่า :-

               การออกไปในเวลาอันสมควรเป็นความดี การออกไปในเวลาอันไม่สมควรไม่ดี เพราะว่าผู้ออกไปในเวลาไม่สมควร ย่อมไม่ยังประโยชน์อะไรให้เกิดได้ คนที่เป็นศัตรูเป็นอันมาก ย่อมทำอันตรายคนผู้ออกไปแต่ผู้เดียวในเวลาอันไม่สมควรได้ เหมือนฝูงการุมจิกนกเค้าฉะนั้น.

               นักปราชญ์รู้จักวิธีการต่างๆ เข้าใจช่องทางของคนเหล่าอื่น ทำพวกศัตรูทั้งมวลให้อยู่ในอำนาจได้แล้ว พึงอยู่เป็นสุข เหมือนนกเค้าผู้ฉลาดฉะนั้น.


               ในบทเหล่านั้น บทว่า กาเล นิกฺขมนา สาธุ ความว่า การออกไปก็ดี การก้าวไปก็ดี ชื่อว่าการออกไป การออกไปในกาลอันสมควรเป็นการดี การออกไปในกาลอันไม่สมควรไม่ดี เพราะฉะนั้น การออกไปก็ดี การก้าวไปก็ดี เพื่อจะไปในที่อื่นจากที่อยู่ของตนไม่ดี.
               ในบทสี่บทมีอาทิว่า อกาเลหิ พึงประกอบบทที่สามด้วยบทที่หนึ่ง บทที่สี่ด้วยบทที่สอง แล้วพึงทราบความอย่างนี้.
               ที่นั้นแล ชนเป็นอันมาก คือคนที่เป็นศัตรูเป็นอันมาก ล้อมคนๆ เดียวผู้ออกไป หรือก้าวไปในเวลาอันไม่สมควร ยังคนๆ เดียวให้ถึงความพินาศ เปรียบเหมือนฝูงกาจิกนกเค้าผู้ออกไป หรือก้าวไปในเวลาอันไม่สมควรให้ถึงมหาพินาศ ฉะนั้น. เพราะฉะนั้น ให้ดูสัตว์เดียรฉานเป็นต้น ใครๆ ไม่ควรออกไป ไม่ควรก้าวไปจากที่อยู่ของตน ในเวลาอันไม่สมควร.
               บทว่า ธีโร ในคาถาที่สองได้แก่ บัณฑิต. บทว่า วิธิ ได้แก่ประเพณีที่บัณฑิตแต่ก่อนได้วางไว้. บทว่า วิธานํ ได้แก่ส่วนหรือการจัด. บทว่า วิวรานุคู ได้แก่เดินตาม คือรู้. บทว่า สพฺพามิตฺเต ได้แก่ศัตรูทั้งหมด. บทว่า วสีกตฺวา ได้แก่ทำไว้ในอำนาจของตน.
               บทว่า โกสิโยว คือ เหมือนนกเค้าผู้ฉลาดอื่นจากนกเค้าโง่นี้.
               ท่านอธิบายไว้ว่า ก็ผู้ใดแลเป็นบัณฑิต ย่อมรู้วิธีการอันเป็นส่วนของวิธี กล่าวคือประเพณีที่โบราณกบัณฑิตวางไว้ว่า ในกาลนี้ควรออกไป ควรก้าวไป ในกาลนี้ไม่ควรออกไป ไม่ควรก้าวไป หรือการจัดแจงวิธีนั้น ผู้นั้นชื่อว่ารู้จักวิธีการต่างๆ รู้ช่องทางของคนอื่น คือศัตรูของตน เหมือนนกเค้าผู้ฉลาดออกและก้าวไปโดยกาลอันสมควรของตน คือตอนกลางคืน จิกหัวกาซึ่งนอนอยู่ ณ ที่นั้นๆ ทำกาเหล่านั้นทั้งหมดให้อยู่ในอำนาจของตน พึงอยู่เป็นสุขฉันใด แม้บัณฑิตออกไป ก้าวไปในกาลอันสมควรก็ฉันนั้น กระทำศัตรูของตนให้อยู่ในอำนาจ พึงมีความสุข ไม่มีทุกข์ ฉะนั้น.

               พระราชาทรงสดับคำของพระโพธิสัตว์แล้วเสด็จกลับ

               พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก.
               พระราชาในครั้งนั้น ได้เป็น อานนท์ ในครั้งนี้
               ส่วนอำมาตย์บัณฑิต คือ เราตถาคต นี้แล.

               จบ อรรถกถาโกสิยชาดกที่ ๖

.. อรรถกถา โกสิยชาดก ว่าด้วย ผู้รู้กาลควรไม่ควร จบ.
อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 0อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 299อรรถกถาอรรถาธิบาย
เล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 301อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 303อรรถาธิบายเล่มที่  27 เริ่มข้อที่ 2519
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=27&A=1724&Z=1733
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๙  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๔๘
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com