ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา เอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค
๗. วารุณิทูสกชาดก ว่าด้วยผู้มีปัญญาทรามทำให้เสียประโยชน์

               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภคนทำลายเหล้า ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า “ น เว อนตฺถกุสเลน ” ดังนี้.
               ได้ยินมาว่า พ่อค้าเหล้าเพื่อนของท่านอนาถบิณฑิกะคนหนึ่ง ผสมเหล้ารสเข้มข้น ขายได้เงินทองมากมาย. (วันหนึ่ง) เมื่อมหาชนประชุมกันในร้าน จึงกำชับลูกจ้างว่า พ่อคุณ พวกเจ้าจงขายเหล้าตามราคาที่เขาซื้อ แล้วก็ไปอาบน้ำ.
               ลูกจ้าง เมื่อขายเหล้าให้มหาชน เห็นคนเหล่านั้นเรียกเกลือมากัดแกล้มเป็นระยะๆ จึงคิดว่า เหล้าคงไม่เค็ม เราต้องใส่เกลือผสมลงไป แล้วใส่เกลือลงไปในเหล้าประมาณทะนานหนึ่ง ตวงขายให้แก่คนเหล่านั้น. คนเหล่านั้นดื่มเต็มปากแล้ว ก็บ้วนทิ้ง ดาหน้ากันเข้าไปถามว่า เจ้าทำอย่างไร?
               ลูกจ้างตอบว่า ข้าพเจ้าเห็นพวกท่านดื่มสุราแล้ว เรียกเกลือมากัดกิน จึงผสมเกลือลงไป.
               คนเหล่านั้นพากันติเตียนลูกจ้างนั้นว่า อ้ายหน้าโง่! ทำเหล้าดีๆ เช่นนี้เสียหมด แล้วลุกพรวดพราดขึ้น หลีกหนีไป.
               พ่อค้าเหล้ากลับมา ไม่เห็นคนกินเลยสักคนเดียว จึงถามว่า พวกนักดื่มเหล้าไปไหนกันหมด?
               ลูกจ้างจึงแจ้งเรื่องนั้นให้ทราบ.
               ลำดับนั้น พ่อค้าเหล้าก็ตำหนิว่า ไอ้หน้าโง่! ทำเหล้าดีๆ เสียหมด. พลางไปแจ้งเหตุให้ ท่านอนาถบิณฑิกะทราบ. ท่านอนาถบิณฑิกะเศรษฐีดำริว่า บัดนี้ เรามีเรื่อง อันเป็นเค้าแห่งกถามรรคแล้ว ไปสู่พระวิหารเชตวัน ถวายบังคมพระบรมศาสดา พลางกราบทูลเรื่องนั้นให้ทรงทราบ.
               พระบรมศาสดาตรัสว่า ดูก่อนคฤหบดี มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่คนผู้นี้ทำเหล้าให้เสีย แม้ในกาลก่อนก็ทำเหล้าให้เสียมาแล้วเหมือนกัน. อันท่านอนาถบิณฑิกะกราบทูลอาราธนา
               จึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้. :-
               ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในกรุงพาราณสี. พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นเศรษฐีชาวเมืองพาราณสี. พ่อค้าเหล้าคนหนึ่งอาศัยท่านเลี้ยงชีพอยู่.
               วันหนึ่ง พ่อค้าปรุงเหล้ารสเข้มข้นแล้ว ก็สั่งลูกจ้างให้ขายเหล้าแทน แล้วก็ไปอาบน้ำ. พอพ่อค้าพ้นไปเท่านั้นแหละ เขาก็เอาเกลือใส่ลงไปในเหล้า ทำให้เหล้าเสียไป โดยนัยเดียวกันนี้แหละ. ครั้นพ่อค้ากลับมาได้ ทราบเรื่องของลูกจ้างแล้ว ไปเรียนให้ท่านเศรษฐีทราบ.
               ท่านเศรษฐีกล่าวว่า ธรรมดา คนโง่ไม่เข้าใจประโยชน์ คิดว่า จักทำประโยชน์ กลับทำให้เสียประโยชน์ไป ดังนี้.
               แล้วกล่าวคาถานี้ ความว่า :-
               การบำเพ็ญประโยชน์ โดยคนที่ไม่ฉลาดในประโยชน์ จะไม่นำความสุขมาให้ คนโง่ๆ มีแต่จะทำประโยชน์ให้เสียไป เหมือนนายโกณฑัญญะ ทำเหล้าดีๆ ให้เสียไป ฉะนั้น.

               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โกณฺฑญฺโญ วารุณึ ยถา ความว่า ลูกจ้างของพ่อค้าเหล้าคนนี้ ชื่อว่า โกณฑัญญะ คิดว่า เราจักทำประโยชน์ ใส่เกลือลงไปในเหล้า ทำเหล้าให้เสียรส หมดราคา ต้องเททิ้ง ฉันใด คนที่ไม่ฉลาดในประโยชน์ แม้ทั่วไป ก็ทำประโยชน์ให้เสียไปได้ ฉันนั้น.
               พระโพธิสัตว์แสดงธรรมด้วยคาถานี้.
               แม้พระบรมศาสดาก็ตรัสว่า ดูก่อนคฤหบดี มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่คนผู้นี้ทำเหล้าให้เสียไป แม้ในกาลก่อน ก็ทำเหล้าให้เสียไปแล้วเหมือนกัน ดังนี้.
               แล้วทรงสืบอนุสนธิ ประชุมชาดกว่า
               คนที่ทำเหล้าเสียในครั้งนั้น มาเป็นคนที่ทำให้เหล้าเสีย ในครั้งนี้
               ส่วนท่านเศรษฐีเมืองพาราณสี มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.

.. อรรถกถา เอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๗. วารุณิทูสกชาดก ว่าด้วยผู้มีปัญญาทรามทำให้เสียประโยชน์ จบ.
อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 0อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 46อรรถกถาอรรถาธิบาย
เล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 47อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 48อรรถาธิบายเล่มที่  27 เริ่มข้อที่ 2519
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=27&A=311&Z=316
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๓๑  ตุลาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๖
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com