ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา กายนิพพินทชาดก
ว่าด้วย ความเบื่อหน่ายร่างกาย

               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันวิหาร ทรงปรารภบุรุษคนหนึ่ง จึงตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า ผุฏฺฐสฺส เม ดังนี้.
               ได้ยินว่า ในเมืองสาวัตถี มีบุรุษคนหนึ่งเป็นผู้เดือดร้อนด้วยโรคผอมเหลือง พวกแพทย์ไม่ยอมรักษา แม้บุตรและภรรยาของเขาก็คิดว่า ใครจะสามารถปฏิบัติพยาบาลผู้นี้ได้. บุรุษผู้นั้นได้มีความดำริดังนี้ว่า ถ้าเราหายจากโรคนี้ เราจักบวช. โดยล่วงไป ๒-๓ วันเท่านั้น บุรุษผู้นั้นได้ความสบายเล็กน้อยจนเป็นผู้ไม่มีโรค จึงไปยังพระเชตวันมหาวิหาร ทูลขอบรรพชากับพระศาสดา เขาได้บรรพชาและอุปสมบทในสำนักของพระศาสดาแล้ว ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต.
               อยู่มาวันหนึ่ง ภิกษุทั้งหลายนั่งสนทนากันในโรงธรรมสภาว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย บุรุษผู้มีโรคผอมเหลืองชื่อโน้นคิดว่า เราหายจากโรคนี้จักบวช ครั้นหายโรคแล้วจึงบวชและบรรลุพระอรหัต.
               พระศาสดาเสด็จมาแล้วตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลายบัดนี้ พวกเธอนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไร เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่บุรุษผู้นี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน บัณฑิตทั้งหลายก็กล่าวอย่างนี้ ครั้นหายจากโรคผอมเหลืองแล้วบวช ได้ทำความเจริญแก่ตน ดังนี้ แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้.
               ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ พอเจริญวัยแล้ว ได้รวบรวมทรัพย์สมบัติอยู่ ได้เกิดเป็นโรคผอมเหลือง.
               พระโพธิสัตว์นั้นคิดว่า เราหายจากโรคนี้แล้วจักบวช จึงกล่าวอย่างนั้นออกมา ได้ความสบายขึ้นมาบ้างจนเป็นผู้ไม่มีโรค จึงเข้าป่าหิมพานต์ บวชเป็นฤาษี ทำสมาบัติและอภิญญาให้เกิดขึ้น แล้วอยู่ด้วยความสุขในฌาน คิดว่าเราไม่ได้ความสุขเห็นปานนี้ ตลอดกาลมีประมาณเท่านี้
               เมื่อจะเปล่งอุทาน จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า
               เมื่อเราถูกโรคอย่างหนึ่งถูกต้อง ได้เสวยทุกขเวทนาอย่างสาหัส อันทุกขเวทนาเบียดเบียนอยู่ ร่างกายนี้ก็ซูบผอมลงอย่างรวดเร็ว ดุจดอกไม่ที่ทิ้งตากแดดไว้ที่ทรายฉะนั้น.
               รูปร่างอันไม่น่าพอใจ ถึงการนับว่าน่าพอใจ ที่ไม่สะอาด สมมติว่าเป็นของสะอาด เต็มด้วยซากศพต่างๆ ปรากฏแก่คนพาลผู้ไม่พิจารณาเห็นว่าเป็นของน่าพอใจ.
               น่าติเตียนกายอันเปื่อยเน่า กระสับกระส่าย น่าเกลียดไม่สะอาด มีความป่วยไข้เป็นธรรมดา เป็นที่ที่หมู่สัตว์ผู้ประมาทหมกมุ่นอยู่ ย่อมยังหนทางเพื่อเข้าถึงสุคติให้เสื่อมไป.


               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อญฺญตเรน ได้แก่ พยาธิ คือโรคผอมเหลืองอย่างหนึ่ง ในบรรดาโรค ๙๖ ประเภท. บทว่า โรเคน ได้แก่ อันได้นามว่าโรคอย่างนี้ เพราะมีการเสียดแทงเป็นสภาวะ. บทว่า รุปฺปโต แปลว่า เบียดเบียน คือบีบคั้น.
               บทว่า ปํสุนิ อาตเป กตํ ความว่า ย่อมซูบผอมไป เหมือนดอกไม้อันละเอียดอ่อนซึ่งบุคคลเอาวางไว้ในที่ร้อน คือที่ทรายอันร้อนฉะนั้น.
               บทว่า อชญฺญํ ชญฺญสงฺขาตํ ได้แก่ เป็นของปฏิกูลไม่น่าชอบใจเลย แต่ถึงการนับว่าเป็นที่น่าพอใจของพวกคนพาล. บทว่า นานากุณปปริปูรํ ได้แก่ บริบูรณ์ด้วยซากศพ ๓๒ ชนิด มีผมเป็นต้น.
               บทว่า ชญฺญรูปํ อปสฺสโต ความว่า ย่อมปรากฎเป็นที่น่าพอใจ คือเป็นของดี มีสภาวะเป็นเครื่องบริโภคใช้สอย สำหรับคนผู้เป็นอันธพาลปุถุชนผู้ไม่เห็นอยู่ คือสภาวะอันไม่สะอาดที่ท่านประกาศโดยนัยมีอาทิว่า คูถตาออกจากนัยน์ตา ดังนี้ ย่อมไม่ปรากฎแก่คนพาลทั้งหลาย.
               บทว่า อาตุรํ คือ จับไข้เป็นนิตย์. บทว่า อธิมุจฺฉิตา ได้แก่ สยบหมกหมุ่นด้วยความสยบเพราะกิเลส. บทว่า ปชา ได้แก่ ปุถุชนผู้บอดเขลา.
               บทว่า หาเปนฺติ มคฺคํ สุคตูปปตฺติยา ความว่า หมู่สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้ข้องอยู่ในกายอันเปื่อยเน่านี้ ทำหนทางอบายให้เต็ม ทำหนทางเพื่อเข้าถึงสุคติอันต่างด้วยเทวดาและมนุษย์ ให้เสื่อมไป.

               พระมหาสัตว์กำหนดพิจารณาภาวะอันไม่สะอาดและภาวะอันกระสับกระส่ายเป็นนิตย์ โดยประการต่างๆ ด้วยประการดังนี้อยู่ เบื่อหน่ายในกาย จึงเจริญพรหมวิหาร ๔ จนตลอดชีวิต ได้เป็นผู้มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า.

               พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประกาศสัจจะ แล้วทรงประชุมชาดก. ในเวลาจบสัจจะ ชนเป็นอันมากได้บรรลุโสดาปัตติผลเป็นต้น.
               พระดาบสในครั้งนั้น คือ เราตถาคต ฉะนี้แล.


               จบ อรรถกถากายนิพพินทชาดกที่ ๓               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา กายนิพพินทชาดก ว่าด้วย ความเบื่อหน่ายร่างกาย จบ.
อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 0อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 475อรรถกถาอรรถาธิบาย
เล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 478อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 481อรรถาธิบายเล่มที่  27 เริ่มข้อที่ 2519
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=27&A=2503&Z=2514
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๘  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๔๘
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com