ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา เอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค
คามนิชาดก ว่าด้วยไม่ใจเร็วด่วนได้

               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุละความเพียร จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อปิ อตรมานานํ ดังนี้.
               ก็เรื่องปัจจุบันและเรื่องอดีตในชาดกนี้ จักมีแจ้งใน สังวรชาดก เอกาทสนิบาต
               ก็ในสังวรชาดกนั้นและชาดกนี้ เรื่องเป็นเช่นเดียวกันเทียว แต่คาถาต่างกันมีความย่อว่า
               คามนิกุมารตั้งอยู่ในโอวาทของพระโพธิสัตว์. แม้จะเป็นพระกนิษฐาของพระภาดา ทั้งร้อยพระองค์ ก็เป็นผู้อันพระภาดาทั้งร้อยพระองค์ห้อมล้อม ประทับนั่งบนบัลลังก์อันประเสริฐภายใต้เศวตฉัตร ทอดพระเนตรดูยศสมบัติของพระองค์ ทรงดีพระทัยว่า ยศสมบัติของเรานี้เป็นของอาจารย์เรา จึงทรงเปล่งอุทานนี้ว่า
               เออ ก็ความหวังในผล ย่อมสำเร็จแก่ผู้ไม่ใจเร็วด่วนได้ เรามีพรหมจรรย์แก่กล้าแล้ว ท่านจงเข้าใจ ดังนี้เถิด พ่อคามนิ.

               บรรดาบทเหล่านั้น ศัพท์ว่า อปิ เป็นเพียงนิบาต. บทว่า อตรมานานํ ได้แก่ ผู้ตั้งอยู่ในโอวาทของบัณฑิตทั้งหลาย ไม่รีบด่วน กระทำการโดยอุบาย.
               บทว่า ผลาสาว สมิชฺฌติ ความว่า ความหวังในผลที่ปรารถนาไว้ ชื่อว่า ย่อมสำเร็จแน่ เพราะความสำเร็จผลนั้น อีกอย่างหนึ่ง. บทว่า ผลาสา ได้แก่ ผลแห่งความหวัง คือผลตามที่ปรารถนาไว้ ย่อมสำเร็จทีเดียว.
               ในบทว่า วิปกฺกพฺรหฺมจริโยสฺมิ นี้ สังคหวัตถุ ๔ ชื่อว่าพรหมจรรย์ เพราะเป็นความประพฤติอันประเสริฐ ก็พรหมจรรย์นั้นชื่อว่าแก่กล้าแล้วทีเดียว เพราะได้เฉพาะยศสมบัติ อันมีสังคหวัตถุนั้นเป็นมูล ยศที่สำเร็จแก่คามนิกุมารแม้นั้น ก็ชื่อว่าพรหมจรรย์ เพราะอรรถว่าประเสริฐ. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ข้าพเจ้าเป็นผู้มีพรหมจรรย์แก่กล้าแล้ว.
               บทว่า เอวํ ชานาหิ คามนิ ความว่า ในที่บางแห่งบุรุษชาวบ้านก็ดี หัวหน้าชาวบ้านก็ดี ชื่อว่าคามนิ ผู้ใหญ่บ้าน แต่ในที่นี้ หมายเอา ตนเองซึ่งเป็นหัวหน้าคนทั้งปวง จึงกล่าวว่า ดูก่อนนายบ้านผู้เจริญ ท่านจงรู้เหตุนี้อย่างนี้ว่า เราก้าวล่วงพี่ชายร้อยคน ได้รับราชสมบัติใหญ่นี้เพราะอาศัยอาจารย์ดังนี้ เปล่งอุทานแล้ว.
               ก็เมื่อคามนิกุมารนั้นได้ราชสมบัติแล้ว
               เมื่อเวลาล่วงไป ๒-๓ วัน พี่ชายทุกคนได้ไปยังสถานที่อยู่ของตนๆ พระเจ้าคามนิครองราชสมบัติโดยธรรม แล้วเสด็จไปตามยถากรรม. ฝ่ายพระโพธิสัตว์ทำบุญแล้ว ได้ไปตามกรรม.

               พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ทรงประกาศอริยสัจทั้งหลาย
               ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุผู้ละความเพียรได้ดำรงอยู่ในพระอรหัตแล.
               พระศาสดาตรัส ๒ เรื่องสืบอนุสนธิต่อกัน แล้วทรงประชุมชาดก ว่า
               พระเจ้าคามนิในครั้งนั้น ได้เป็น พระอานนท์
               ส่วนอาจารย์ คือ เราผู้ตถาคต แล.

               จบอรรถกถาคามนิชาดกที่ ๘

.. อรรถกถา เอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค คามนิชาดก ว่าด้วยไม่ใจเร็วด่วนได้ จบ.
อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 0อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 7อรรถกถาอรรถาธิบาย
เล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 8อรรถาธิบายเล่มที่ 27 เริ่มข้อที่ 9อรรถาธิบายเล่มที่  27 เริ่มข้อที่ 2519
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=27&A=46&Z=50
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๓  พฤศจิกายน  พ.ศ.  ๒๕๔๖
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com