ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค
๗. ผลทายกเถราปทาน (๑๒๗)

               ๑๒๗. อรรถกถาผลทายกเถราปทาน               
               อปทานของท่านพระผลทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า อชฺฌายโก มนฺตธโร ดังนี้.
               แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ หลายๆ ภพที่ผ่านมาจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
               ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้เกิดในตระกูลพราหมณ์ บรรลุนิติภาวะแล้ว ศึกษาจบศิลปศาสตร์ของตนคือไตรเพท เป็นอาจารย์ของพวกพราหมณ์จำนวนหลายพันคน (ต่อมา) มองไม่เห็นที่สุดแห่งศิลปะทั้งหลายของตนและมองไม่เห็นสาระประโยชน์ในศิลปะนั้น จึงละเพศฆราวาสบวชเป็นฤาษี สร้างอาศรมอยู่ไม่ไกลจากหิมวันต์ประเทศนัก เลี้ยงชีวิตอยู่ร่วมกับพวกศิษย์.
               ในสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ เสด็จไปภิกขาจารถึงประเทศถิ่นนั้น เพื่อจะทรงอนุเคราะห์เขา. ดาบสพอได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วก็มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายเมล็ดบัวชนิดอร่อยที่เก็บไว้ในห่อเพื่อส่วนตัวแล้วคล้องไว้ที่ปลายไม้ ถวายพร้อมกับน้ำผึ้ง.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยในขณะที่เขากำลังมองดูอยู่นั่นแล เพื่อให้เขาเกิดความโสมนัสแล้ว ประทับยืนในอากาศ ตรัสแสดงอานิสงส์แห่งผลทานแล้วก็เสด็จหลีกไป.
               ด้วยบุญอันนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวโลกแลมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติทั้งสองแล้ว.
               ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีสกุลแห่งหนึ่ง ซึ่งสมบูรณ์ด้วยสมบัติ เพียงอายุได้ ๗ ปีเท่านั้นก็บรรลุพระอรหัต ได้ระลึกถึงกุศลกรรมที่ตนเคยทำไว้ในปางก่อนได้ เกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อนจึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า อชฺฌายโก มนฺตธโร ดังนี้.
               พึงทราบวิเคราะห์ในบทนั้นดังนี้
               ชื่อว่า อชฺฌายิ เพราะย่อมศึกษา คือ ย่อมคิด, อชฺฌายิ ก็คือ อชฺฌายโก แปลว่า ผู้ศึกษาเล่าเรียน.
               จริงอยู่ อักษรในบทว่า อชฺฌายโก นี้ย่อมเป็นไปในอรรถ ๑๐ ประการ ดังที่ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า อักษรเป็นไปในอรรถปฏิเสธ ในความเจริญ ในความเป็นเช่นนั้น ฯลฯ ในความว่างเปล่า และในอรรถว่า เล็กน้อย.
               อธิบายว่า อชฺฌายโก ก็คือเป็นคนช่างคิด เพราะอรรถว่าย่อมศึกษาเล่าเรียน ย่อมคิดถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ ได้แก่ย่อมทำการสาธยาย ด้วยวิธีฟังและจำเป็นต้นของพวกศิษย์.
               ชื่อว่า มันตธโร เพราะอรรถว่าย่อมทรงจำ ทบทวนร่ายมนต์ทั้งหมดตามที่ศึกษาเล่าเรียนในสำนักของอาจารย์ได้จนขึ้นใจ.
               บทว่า ติณฺณํ เวทาน ปารคู ความว่า ญาณท่านก็เรียกอย่างนี้เหมือนกัน.
               ที่เรียกว่าเวท เพราะพึงทราบ คือพึงตรัสรู้ได้ด้วยเวท. คัมภีร์ทั้ง ๓ คือ อิรุพเวท ยชุรเวท สามเวท.
               ชื่อว่าปารคู เพราะบรรลุถึงฝั่ง คือที่สุดยอดแห่งเวททั้ง ๓ เหล่านั้น.
               คำที่เหลือมีเนื้อความปรากฏชัดแล้วทั้งหมดแล.
               จบอรรถกถาผลทายกเถราปทาน               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๗. ผลทายกเถราปทาน (๑๒๗) จบ.
อ่านอรรถกถา 32 / 1อ่านอรรถกถา 32 / 128อรรถกถา เล่มที่ 32 ข้อ 129อ่านอรรถกถา 32 / 130อ่านอรรถกถา 32 / 412
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=32&A=3832&Z=3849
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๓  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :