ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค
๑๐. ผลทายกเถราปทาน (๑๔๐)

               ๑๔๐. อรรถกถาปิยาลผลทายกเถราปทาน๑-               
____________________________
๑- บาลีเป็น ผลทายกเถราปทาน.

               อปทานของท่านพระปิยาลผลทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ปโรธโก ตทา อาสึ ดังนี้.
               แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
               ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิขี ท่านได้บังเกิดในตระกูลนายพราน ฆ่าเนื้อทั้งหลายที่เงื้อมเขาแห่งหนึ่งในป่าหิมวันต์ เลี้ยงชีวิตอยู่.
               ในกาลนั้น เขาได้พบเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขี เสด็จไปยังที่นั้นแล้ว มีใจเลื่อมใส นมัสการอยู่ทั้งเวลาเย็นและเวลาเช้า มองไม่เห็นไทยธรรมอะไรๆ จึงได้เลือกเก็บผลไม้หวานๆ ไปถวาย.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าได้เสวยผลไม้เหล่านั้นแล้ว, นายพรานนั้นมีสรีระอันปีติมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์กระทบถูกต้องแล้ว หาระหว่างมิได้ มีจิตอันงดเว้นแล้วจากบาปกรรม มีเหง้าไม้และผลไม้เป็นอาหาร ไม่นานนักก็ได้ทำกาละไปบังเกิดในเทวโลก.
               เขาได้เสวยทิพยสมบัติในเทวโลกนั้นแล้ว ได้มาบังเกิดในมนุษยโลก เสวยสมบัติอีกหลายอย่างในมนุษย์.
               ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้บังเกิดในตระกูลคฤหบดี บรรลุนิติภาวะแล้ว ดำรงอยู่ในเพศฆราวาส แต่ไม่มีความยินดีในเพศฆราวาสนั้น จึงละเรือนออกบวชในสำนักของพระศาสดา เจริญวิปัสสนา ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต ระลึกถึงกรรมคือการถวายผลไม้ที่ตนบำเพ็ญไว้ได้ เกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ปรโธโก ตทา อาสึ ดังนี้.
               ในคำนั้น เชื่อมความว่า ในคราวที่เราเป็นพรานเที่ยวฆ่าสัตว์อื่น ได้ถวายผลมะหาดแล้ว ทำจิตให้เลื่อมใส.
               บทว่า ปโรธโก ได้แก่ เป็นผู้ฆ่าสัตว์อื่น คือเป็นผู้เบียดเบียน (สัตว์อื่น). ในเมื่อควรจะกล่าวว่า ปรโรธโก แต่ท่านกล่าวว่า ปโรธโก เพราะทำการลบ อักษรตัวต้นเสีย.
               บทว่า ปริจารึ วินายกํ ความว่า เราได้ปวารณานิมนต์ อาราธนาพระศาสดาผู้บรรลุพระนิพพานนั้นด้วยคำว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระองค์จงบริโภคผลไม้นี้เถิด.
               คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้โดยง่ายทีเดียว.
               จบอรรถกถาปิยาลผลทายกเถราปทาน               
               จบอรรถกถาโสภิตวรรคที่ ๑๔               
               -----------------------------------------------------               

               รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
                         ๑. โสภิตเถราปทาน
                         ๒. สุทัสสนเถราปทาน
                         ๓. จันทนปูชกเถราปทาน
                         ๔. ปุปผฉทนิยเถราปทาน
                         ๕. รโหสันทัสสกเถราปทาน
                         ๖. จัมปกปุปผิยเถราปทาน
                         ๗. อัตถสันทัสสกเถราปทาน
                         ๘. เอกรังสนิยเถราปทาน
                         ๙. สาลทายกเถราปทาน
                         ๑๐. ผลทายกเถราปทาน
               บัณฑิตทั้งหลายรวมคาถาได้ ๗๒ คาถา ฉะนี้แล.
               จบโสภิตวรรคที่ ๑๔               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๑๐. ผลทายกเถราปทาน (๑๔๐) จบ.
อ่านอรรถกถา 32 / 1อ่านอรรถกถา 32 / 141อรรถกถา เล่มที่ 32 ข้อ 142อ่านอรรถกถา 32 / 143อ่านอรรถกถา 32 / 412
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=32&A=4070&Z=4095
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๓  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com