ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค
๔. กักการุปูชกเถราปทาน (๑๕๔)

               ๑๕๔. อรรถกถากักการุปุปผปูชกเถราปทาน๑-               
____________________________
๑- บาลีว่า กักการุปูชกเถราปทาน.

               อปทานของท่านพระกักการุปุปผปูชกเถระมีคำเริ่มต้นว่า เทวปุตฺโต อหํ สนฺโต ดังนี้.
               แม้พระเถระรูปนี้ ท่านก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญเป็นประจำเสมอ.
               ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขี ท่านได้เกิดเป็นภุมมัฏฐเทวดา ได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี แล้วได้เก็บเอาดอกฟักทิพย์มาบูชาแล้ว.
               ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้เสวยความสุขในโลกทั้งสอง ในระหว่างกัปที่ ๓๑.
               ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในเรือนอันมีตระกูลในกรุงสาวัตถี เจริญวัยแล้วเลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์ ทราบบุพกรรมของตนได้โดยประจักษ์ เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า เทวปุตฺโต อหํ สนฺโต ดังนี้.
               พึงทราบวิเคราะห์ในบทนั้นว่า
               ชื่อว่าเทวา เพราะย่อมร่าเริงสนุกด้วยกามคุณอันเป็นทิพย์ทั้ง ๕, บุตรของเทวะทั้งหลาย, เทวะและบุตรรวมเป็นเทพบุตร. เราเป็นเทพบุตรประคองดอกฟักทิพย์ถือมายกขึ้นบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขีแล้ว.
               คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
               จบอรรถกถากักการุปุปผปูชกเถราปทาน               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๔. กักการุปูชกเถราปทาน (๑๕๔) จบ.
อ่านอรรถกถา 32 / 1อ่านอรรถกถา 32 / 155อรรถกถา เล่มที่ 32 ข้อ 156อ่านอรรถกถา 32 / 157อ่านอรรถกถา 32 / 412
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=32&A=4289&Z=4299
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๓  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com