ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค
๕. กณิการฉทนิยเถราปทาน (๑๖๕)

               ๑๖๕. อรรถกถากริการฉทนิยเถราปทาน               
               อปทานของท่านพระกณิการฉทนิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า เวสฺสภู นาม สมฺพุทฺโธ ดังนี้.
               แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
               ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าเวสสภู ท่านได้เกิดในเรือนอันมีตระกูล บรรลุนิติภาวะแล้ว ได้เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศรัทธา.
               ในสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าเวสสภู ทรงมีพระประสงค์จะเพิ่มพูนความวิเวก จึงเสด็จเข้าไปประทับนั่งยังป่าใหญ่.
               ลำดับนั้น แม้อุบาสกคนนั้นก็ไปในป่าใหญ่นั้นด้วยการงานบางอย่าง ได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งโพลงดุจกองไฟฉะนั้น มีใจเลื่อมใส เก็บดอกกรรณิการ์มาทำเป็นฉัตรแล้ว กั้นเป็นเพดานบูชาเบื้องบนพระแท่นที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับแล้ว ด้วยอานุภาพแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า เพดานดอกไม้นั้นตั้ง ๗ วันผ่านมาก็ยังไม่เหี่ยวแห้ง คงดำรงอยู่เหมือนเดิมทุกอย่าง.
               แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ยังคงเข้าผลสมบัติและนิโรธสมาบัติอยู่.
               เขามองเห็นความอัศจรรย์นั้นแล้ว เกิดความโสมนัสใจ ไหว้พระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วได้ยืนประคองอัญชลีอยู่.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงออกจากสมาบัติแล้ว ได้เสด็จไปยังพระวิหารเดิมนั้นนั่นแล.
               ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงได้เสวยสมบัติในเทวโลกและมนุษยโลกเสร็จแล้ว.
               ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีตระกูลในกรุงสาวัตถี เจริญวัยแล้ว เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศรัทธา ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว ไม่ติดใจในเพศฆราวาส บวชแล้วทำพระศาสนาของพระชินเจ้าให้งดงามด้วยข้อวัตรปฏิบัติ ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์ ระลึกถึงบุพกรรมของตนได้ เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อนนั้น จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า เวสฺสภู นาม สมฺพุทฺโธ ดังนี้.
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เวสฺสภู มีวิเคราะห์ว่า
               ชื่อว่าเวสสภู เพราะย่อมข่มคือครอบงำพวกแพศย์ ได้แก่ผู้เป็นพ่อค้าได้.
               อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าเวสสภู เพราะย่อมครอบงำท่วมทับพวกแพศย์ คือมารทั้ง ๕ อย่างเสียได้.
               ชื่อว่าสัมพุทธะ เพราะทรงตรัสรู้สัจจะทั้งหลายด้วยพระองค์เอง.
               อธิบายว่า พระสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่าเวสสภู โดยพระนาม.
               บทว่า ทิวาวิหาราย มุนี มีวิเคราะห์ว่า
               ชื่อว่าทิวา เพราะย่อมรุ่งเรือง ส่องสว่างคือทำวัตถุนั้นๆ ให้ปรากฏชัดเจน.
               การอยู่คือความเป็นไปด้วยอิริยบถ ๔ ชื่อว่าวิหาร.
               กำหนดเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน, การอยู่ในเวลากลางวัน ชื่อว่าทิวาวิหาร.
               อธิบายว่า พระพุทธมุนีเจ้าผู้องอาจกว่านระ ประเสริฐที่สุดในโลก เสด็จเข้าไปยังป่าใหญ่เพื่อประทับในเวลากลางวัน.
               คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
               จบอรรถกถากณิการฉทนิยเถราปทาน               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๕. กณิการฉทนิยเถราปทาน (๑๖๕) จบ.
อ่านอรรถกถา 32 / 1อ่านอรรถกถา 32 / 166อรรถกถา เล่มที่ 32 ข้อ 167อ่านอรรถกถา 32 / 168อ่านอรรถกถา 32 / 412
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=32&A=4449&Z=4461
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๓  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com