ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค
๒. โสณโกฏิยเวสสเถราปทาน (๔๒)

               ๔๒. อรรถกถาโสณโกฬิวิสเถราปทาน               
               อปทานของท่านพระโสณโกฬิวิสเถระมีคำเริ่มต้นว่า อโนมทสฺสิสฺส มุนิโน ดังนี้.
               พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ ได้สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสี บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว เจริญด้วยบุตรและภรรยา สมบูรณ์ด้วยสมบัติได้สร้างที่จงกรมอันงามเพื่อเป็นที่จงกรม ให้กระทำการฉาบโบกด้วยปูนขาว กระทำให้รุ่งเรืองเรียบราบดุจพื้นแว่น จัดแจงประทีป ธูปและดอกไม้เป็นต้น มอบถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า บูชาภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานด้วยอาหารอันประณีต.
               ท่านบำเพ็ญบุญจนตลอดชีวิตด้วยอาการอย่างนี้ จุติจากอัตภาพนั้นแล้วบังเกิดในเทวโลก.
               ท่านเสวยทิพยสมบัติ โดยนัยที่กล่าวแล้วในพระบาลีนั้น เป็นผู้ขวนขวายในตระกูลที่ปฏิสนธิในระหว่าง เพราะฉะนั้น เรื่องทั้งหมดนั้นพึงทราบโดยกระแสที่กล่าวแล้วในพระบาลี.
               [ก็ในภพสุดท้ายท่านเกิดในโกลิยราชวงศ์ เจริญวัยแล้วปรากฏนามว่าโกฏิกัณณะ และว่ากุฏิกัณณะ เพราะทรงไว้ซึ่งเครื่องประดับหู มีค่าประมาณโกฏิหนึ่ง.]๑-
____________________________
๑- ข้อความในวงเล็บไม่ควรมี เพราะพระเถระองค์นี้เป็นคนละองค์กับพระโสณโกฏิกัณณะ หรือโสณกฏิกัณณะ.

               ท่านเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้า ฟังธรรมได้ศรัทธาแล้ว บวชแล้ว เจริญวิปัสสนาไม่นานก็บรรลุพระอรหัต.
               ท่านได้เป็นพระอรหันต์แล้ว ระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อโนมทสฺสิสฺส มุนิโน ดังนี้.
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อโนมทสฺสิสฺส ความว่า การเห็นอันไม่ทราม ไม่ลามกคือดี ได้แก่พระสรีระอันเป็นทัสสนียะ เพราะประดับด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ และเพราะงดงามด้วยมณฑลแห่งพระรัศมีด้านละวา ของพระผู้มีพระภาคเจ้าใดมีอยู่.
               พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นทรงพระนามว่าอโนมทัสสี อธิบายว่า แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสีนั้น.
               บทว่า ตาทิโน ความว่า ผู้มีความไม่หวั่นไหวในอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์.
               บทว่า สุธาย เลปนํ กตฺวา ความว่า กระทำที่จงกรมฉาบด้วยปูนขาว และประดับด้วยประทีปธูป ดอกไม้ธงชัยและธงแผ่นผ้าเป็นต้น.
               เนื้อความแห่งคาถาที่เหลือ มีเนื้อความรู้ได้ง่ายตามกระแสแห่งพระบาลีทีเดียว.
               ชื่อว่ายโสธระ เพราะทรงไว้ซึ่งยศ กล่าวคือบริวารสมบัติและทรัพย์สมบัติ.
               เชื่อมความว่า พระราชาทั้งหมดนั้น คือพระราชาผู้จักรพรรดิทั้ง ๗๗ พระองค์ มีพระนามเป็นอย่างเดียวกันว่า ยโสธระ.
               บทว่า องฺคีรโส ความว่า รัศมีอันซ่านออกจากอวัยวะคือจากพระสรีระ ของพระพุทธเจ้าพระองค์ใด พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นชื่อว่าอังคีรส.
               ชื่อว่า นาคะ เพราะไม่ไปอบายทั้ง ๔ ด้วยฉันทาคติ โทสาคติ โมหาคติและภยาคติ หรือด้วยสามารถแห่งปาปสมาจาร.
               ชื่อว่า มหานาคะ เพราะอันเขาบูชาใหญ่ และเป็นผู้ประเสริฐ.
               คำที่เหลือมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล.
               จบอรรถกถาโสณโกฬิวิสเถราปทาน               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๒. โสณโกฏิยเวสสเถราปทาน (๔๒) จบ.
อ่านอรรถกถา 32 / 1อ่านอรรถกถา 32 / 43อรรถกถา เล่มที่ 32 ข้อ 44อ่านอรรถกถา 32 / 45อ่านอรรถกถา 32 / 412
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=32&A=2170&Z=2223
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๓  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com