ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค
๑๐. อสนโพธิยเถราปทาน (๖๐)

               ๖๐. อรรถกถาอสนโพธิยเถราปทาน               
               อปทานของท่านพระอสนโพธิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ ดังนี้.
               พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว ได้รับความสุข เลื่อมใสในพระศาสนา ถือเอาผลไม้โพธิ์ที่ออกจากโพธิพฤกษ์ แล้วถือเอาต้นโพธิ์หนุ่มที่ออกจากต้นโพธิ์นั้น แล้วปลูกเป็นต้นโพธิ์. รักษาไว้บูชาโดยกรรมมีการรดน้ำเป็นต้นโดยประการที่จะไม่พินาศไป.
               ด้วยบุญนั้น ท่านจึงเสวยสมบัติในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย.
               ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูล เพราะท่านมีบุญสมภารแก่รอบ ท่านมีอายุ ๗ ขวบท่านบรรพชาแล้วบรรลุพระอรหัตขณะปลงผมนั้นเอง.
               ท่านปรากฏโดยชื่อแห่งบุญที่ตนบำเพ็ญในไว้ในกาลก่อนว่า อสนโพธิยเถระ.
               ท่านระลึกถึงบุญสมภารในกาลก่อน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ ดังนี้.
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชาติยา ความว่า จำเดิมแต่กาลที่ตนคลอดจากครรภ์มารดา.
               เชื่อมความว่า เรามีอายุ ๗ ขวบมีฤดูสรทะบริบูรณ์ ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าติสสะ ผู้นำสัตวโลก.
               บทว่า ปสนฺนจิตฺโต สุมโน ความว่า ผู้มีจิตผ่องใส ไม่ขุ่นมัว ไม่หวั่นไหวโดยประการ. อธิบายว่า ผู้มีใจคือผู้มีใจงาม ได้แก่ผู้มีจิตเกิดพร้อมกับโสมนัส.
               บทว่า ติสฺสสฺสาหํ ภควโต ความว่า ชื่อว่าติสสะ เพราะเกิด ๓ ครั้ง ท่านเป็นผู้เกิดคือบังเกิดพ้นจากครรภ์ของมารดา จากชาติเป็นมนุษย์ และจากเบญจขันธ์เป็นพระพุทธเจ้า.
               เชื่อมความว่า เราปลูกต้นอสนโพธิ์อันสูงสุด เพื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าติสสะนั้นผู้คงที่ ผู้ประเสริฐกว่าโลก.
               บทว่า อสโน นามเธยฺย ความว่า ต้นโพธิ์ชื่อว่าอสนะ ได้เป็นต้นโพธิ์โดยนามบัญญัติ คือโดยนามสัญญา.
               บทว่า ธรณีรุหปาทโป ความว่า ชื่อว่าธรณี เพราะทรงไว้ซึ่งเถาวัลย์ ต้นไม้ ภูเขา แม่น้ำคงคาและสาครเป็นต้น,
               ธรณีนั้นคืออะไร คือแผ่นดิน. ชื่อว่าธรณีรุหะ งอกขึ้นคือตั้งอยู่บนแผ่นดินนั้น, ชื่อว่า ปาทโป เพราะดื่มด้วยเท้า.
               อธิบายว่า ดื่มน้ำที่รดด้วยรากกล่าวคือเท้า คือย่อมทรงไว้ซึ่งรสแห่งอาโปธาตุ คือความสิเนหา. ต้นไม้นั้นด้วย งอกขึ้นบนแผ่นดินด้วย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าธรณีรุหปาทปะ เราได้บำเรอคือได้ปลูกบำรุงต้นโพธิ์ชื่อว่าอสนะอันสูงสุด ตลอด ๕ ปี.
               บทว่า ปุปฺผิตํ ปาทปํ ทิสฺวา ความว่า เห็นต้นโพธิ์ชื่อว่าอสนะ ที่เราปลูกไว้นั้นบานแล้ว คือการกระทำการชูชันแห่งขนอันน่าอัศจรรย์ เพราะมีดอกอันควรแก่สิ่งน่าอัศจรรย์ เมื่อระบุกรรมของตนคือเมื่อกล่าวโดยประการ จึงได้ไปสู่สำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ.
               คำที่เหลือในที่ทั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
               จบอรรถกถาอสนโพธิยเถราปทาน               
               จบอรรถกถาวรรคที่ ๖               
               -----------------------------------------------------               

               รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
                         ๑. วิธูปนทายกเถราปทาน
                         ๒. สตรังสิยเถราปทาน
                         ๓. สยนทายกเถราปทาน
                         ๔. คันโธทกทายกเถราปทาน
                         ๕. โอปวุยหเถราปทาน
                         ๖. สปริวาราสนเถราปทาน
                         ๗. ปัญจทีปกเถราปทาน
                         ๘. ธชทายกเถราปทาน
                         ๙. ปทุมเถราปทาน
                         ๑๐. อสนโพธิยเถราปทาน
               มีคาถา ๙๒ คาถา.
               จบอรรถกถาอสนโพธิยเถราปทาน               
               จบวีชนีวรรคที่ ๖               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๑๐. อสนโพธิยเถราปทาน (๖๐) จบ.
อ่านอรรถกถา 32 / 1อ่านอรรถกถา 32 / 61อรรถกถา เล่มที่ 32 ข้อ 62อ่านอรรถกถา 32 / 63อ่านอรรถกถา 32 / 412
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=32&A=2590&Z=2628
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๓  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :