ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค
๒. อาโปปุปผิยเถราปทาน (๖๒)

               ๖๒. อรรถกถาอโวปุปผิยเถราปทาน๑-               
____________________________
๑- บาลี อาโปปุปผิยเถรปาทาน.

               อปทานของท่านพระอโวปุปผิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า วิหารา อภินิกฺขมฺม ดังนี้.
               พระเถระแม้นี้ผู้ได้บำเพ็ญบุญสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขี บังเกิดในเรือนมีตระกูล บรรลุเดียงสาแล้วเพียบพร้อมด้วยศรัทธา ฟังพระธรรมเกิดความเลื่อมใส ถือเอาดอกไม้ต่างๆ ด้วยมือทั้งสอง เกลี่ยไว้เบื้องบนพระพุทธเจ้า.
               ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เสวยสวรรค์สมบัติและจักรพรรดิสมบัติ อันเขาบูชาในที่ทุกสถาน.
               ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้วเลื่อมใสในพระศาสนา บวชแล้วไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
               ชื่อว่าอากาศ เพราะอรรถว่าว่างเปล่าคือโล่งแจ้งไปโดยรอบ. เพราะท่านได้โปรยดอกไม้บนอากาศนั้น ท่านจึงปรากฏนามว่า อโวปุปผิยเถระ ดังนี้.
               ท่านบรรลุสันติบทอย่างนี้แล้วระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า วิหารา อภินิกฺขมฺม ดังนี้.
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิหารา ความว่า ชื่อว่าวิหาร เพราะเป็นที่นำมาโดยพิเศษ คือเป็นที่นำมา ได้แก่ยังอัตภาพอันไม่ตกไปให้เป็นไปด้วยอิริยาบถ ๔ ในวิหารนั้น. ออกจากวิหารนั้นโดยพิเศษยิ่ง.
               บทว่า อพฺภุฏฺฐาสิ จ จงฺกเม ความว่า ได้ยืน คือขึ้นไปในที่จงกรม เพื่อจะจงกรมโดยพิเศษ.
               บทว่า จตุสจฺจํ ปกาเสนฺโต เชื่อมความว่า เมื่อกำลังจงกรมในที่จงกรมนั้นทรงประกาศสัจจะ ๔ กล่าวคือทุกขสัจจะ สมุทยสัจจะ นิโรธสัจจะและมรรคสัจจะ ทำให้ปรากฏ ได้แก่แสดง จำแนก กระทำให้ตื้นซึ่งอมตบทคือพระนิพพาน.
               บทว่า สิขิสฺส คิรมญฺญาย พุทฺธเสฏฺฐสฺส ตาทิโน ความว่า รู้คือทราบคำที่พึงเปล่ง คือเสียงประกาศของพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้ประเสริฐคือผู้ประกอบด้วยคุณคือคงที่.
               บทว่า นานาปุปฺผํ คเหตฺวา ความว่า ถือเอาดอกไม้หลายอย่างมีดอกบุนนาคอันประเสริฐเป็นต้น.
               บทว่า อกาสมฺหิ สโมกิรึ ความว่า ข้าพเจ้าได้โปรยดอกไม้บูชาในอากาศ เหนือพระเศียรพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้จงกรมอยู่.
               บทว่า เตน กมฺเมน ทฺวิปทินฺท ความว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมคือเป็นประธานแห่งสัตว์ ๒ เท้า คือเทวดาพรหมและมนุษย์ ข้าแต่พระองค์ผู้องอาจกว่านระ คือผู้ประเสริฐกว่านระ.
               บทว่า ปตฺโตมฺหิ อจลํ ฐานํ ความว่า ข้าพระองค์บวชในสำนักพระองค์ บรรลุฐานะอันไม่หวั่นไหว คือพระนิพพาน.
               บทว่า หิตฺวา ชยปราชยํ ความว่า ข้าพระองค์ละคือทิ้งชัยชนะ กล่าวคือทิพยสมบัติและมนุษยสมบัติ และความปราชัยกล่าวคือทุกข์ในอบาย ๔ บรรลุนิพพาน.
               คำที่เหลือมีอรรถรู้ได้ง่ายทั้งนั้นแล.
               จบอรรถกถาอโวปุปผิยเถราปทาน               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๒. อาโปปุปผิยเถราปทาน (๖๒) จบ.
อ่านอรรถกถา 32 / 1อ่านอรรถกถา 32 / 63อรรถกถา เล่มที่ 32 ข้อ 64อ่านอรรถกถา 32 / 65อ่านอรรถกถา 32 / 412
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=32&A=2645&Z=2660
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๓  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :