ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค
๙. ฐิตัญชลิยเถราปทาน (๗๙)

               ๗๙. อรรถกถาฐิตัญชลิยเถราปทาน               
               อปทานของท่านพระฐิตัญชลิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า มิคลุทฺโธ ปุเร อาสึ ดังนี้.
               พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพที่ตนเกิดนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าติสสะ บังเกิดในกำเนิดนายพราน เพราะกรรมอย่างหนึ่งที่ตนกระทำไว้ในก่อนตัดรอน จึงสำเร็จการอยู่ป่า.
               สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าติสสะ ได้เสด็จไปเพื่ออนุเคราะห์แก่ท่าน. ท่านเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นผู้รุ่งเรืองด้วยพระลักษณะ ๓๒ ประการและด้วยพระรัศมีแห่งอนุพยัญชนะ ๘๐ ประการด้านละวา เกิดโสมนัสกระทำการนอบน้อม เสด็จไปประทับนั่งบนเครื่องลาดใบไม้.
               ขณะนั้น ฝนตกฟ้าร้องกระหึ่มผ่าลงมา. แต่นั้นในสมัยใกล้ตาย ท่านระลึกถึงพระพุทธเจ้า ได้กระทำอัญชลีอีก.
               ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านจึงห้ามอกุศลวิบาก เพราะที่ตนกระทำกุศลไว้ในเขตดี จึงบังเกิดในสวรรค์ เสวยสมบัติในชั้นกามาวจรสวรรค์ และเสวยมนุษย์สมบัติในมนุษย์ทั้งหลาย
               ครั้นภายหลังในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูล เจริญวัยแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา ด้วยวาสนาที่ตนกระทำไว้ในกาลก่อน บวชแล้วไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
               เบื้องหน้าแต่นั้น ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า มิคลุทฺโธ ปุเร อาสึ ดังนี้.
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มิคลุทฺโธ ความว่า ชื่อว่ามิคลุทฺโธ เพราะเข้าถึงการฆ่าเนื้อ. ชื่อว่า มิคา เพราะไป คือแล่นไปโดยเร็วคือด้วยกำลังเร็วราวกับลม. ชื่อว่า มิคลุทธะ เพราะในการฆ่าเนื้อเหล่านั้น นายพรานได้เป็นผู้มีความทารุณ.
               อธิบายว่า เรานั้นได้เป็นพรานในกาลก่อน คือในสมัยที่ไ่ด้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า.
               บทว่า อรญฺเญ กานเน ความว่า ชื่อว่าอรัญญะ เพราะเป็นที่เที่ยวไปของหมู่เนื้อ.
               อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าอรัญญะ เพราะเป็นที่ยินดีโดยทั่วไป คือโดยรอบแห่งสัตบุรุษผู้ถึงธรรมอันเป็นสาระใหญ่มีพระพุทธเจ้าและพระปัจเจกพุทธเจ้าเป็นต้นผู้ยินดีในวิเวก.
               อีกอย่างหนึ่ง กาทั้งหลายย่อมบันลือคือกระทำเสียง เพลิดเพลินยินดีด้วยอาการที่น่าเกลียด หรือด้วยอาการที่น่ากลัว เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่ากานนะ. เชื่อมความว่า นายพรานได้มีในป่าคือกานนะนั้นในกาลก่อน.
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อทฺทสํ สมฺพุทฺธํ ความว่า ข้าพเจ้าเห็นคือได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้เสด็จเข้าไปในที่นั้นคือป่านั้น. ได้เห็นคือได้มีอยู่เบื้องหน้าไม่ไกล เพราะฉะนั้น จึงยังจักขุวิญญาณให้สำเร็จเป็นปุเรจาริกเที่ยวไปในเบื้องหน้า พรั่งพร้อมด้วยกายวิญญาณ ตามกระแสแห่งมโนทวาร.
               บทว่า ตโต เม อสนีปาโต ความว่า ชื่อว่าอสนี เพราะบันลือกระหึ่มตกไปโดยรอบ. การตกลงแห่งสายฟ้า ชื่อว่า อสนีปาโต ได้แก่ เทวทัณฑ์.
               คำที่เหลือมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล.
               จบอรรถกถาฐิตัญชลิยเถราปทาน               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๙. ฐิตัญชลิยเถราปทาน (๗๙) จบ.
อ่านอรรถกถา 32 / 1อ่านอรรถกถา 32 / 80อรรถกถา เล่มที่ 32 ข้อ 81อ่านอรรถกถา 32 / 82อ่านอรรถกถา 32 / 412
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=32&A=2917&Z=2930
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๓  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :