ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา กถาวัตถุปกรณ์
วรรคที่ ๗ วิปาโก วิปากธัมมธัมโมติกถา

               อรรถกถาวิปาโกวิปากธัมมธัมโมติกถา               
               ว่าด้วยวิปากะเป็นวิปากธัมมธรรม               
               บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องวิบากเป็นวิปากธัมมธรรม คือวิบากเป็นธรรมที่เป็นเหตุให้วิปากะเกิดขึ้น.
               ในปัญหานั้น วิบากเป็นปัจจัยแก่วิบากด้วยอำนาจแห่งอัญญมัญญปัจจัย เป็นต้นมีอยู่ ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลายว่า แม้วิบากก็เป็นวิปากธัมมธรรม คือเป็นธรรมที่เป็นเหตุให้วิบากเกิดขึ้น ดังนี้ คำถามของสกวาที หมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
               คำว่า วิบากของวิบากนั้นก็เป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก ความว่า สกวาทีย่อมถามว่า วิบากใดมีอยู่ วิบากแม้นั้นเป็นวิปากธัมมธรรมแก่วิบากที่เป็นวิปากธัมมธรรมนั้นหรือ? ปรวาทีตอบปฏิเสธหมายเอาภาวะแห่งการให้ผลต่อไป.
               ถูกถามครั้งที่ ๒ ตอบปฏิเสธ โดยผิดไปจากลัทธิ แต่ท่านก็ย่อมตอบรับรองหมายเอาความเกิดขึ้นแห่งวิบากอื่นเพราะเป็นปัจจัยแก่วิบากแม้นั้น. ก็ครั้นเมื่อความเป็นเช่นนั้นมีอยู่ การไม่ตัดวัฏฏะย่อมปรากฏว่า วิบากแห่งวิบากแม้นั้นก็เป็นวิบากแห่งวิบากแม้นั้นต่อไป ราวกะกุศลและอกุศลหรือ? ปรวาทีถูกถามปัญหานี้ ก็ตอบปฏิเสธเพราะกลัวผิดจากลัทธิ.
               ก็ในการพิสูจน์ถ้อยคำว่า คำว่า วิบากหรือว่าธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบากก็ดี เป็นต้น ปรวาทีตอบปฏิเสธเพราะว่า ถ้าว่า ความที่วิบากเป็นอรรถอันเดียวกับธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบากไซร้ คำว่า กุศล อกุศลและอัพยากตะ ก็จะพึงมีอรรถอันเดียวกันได้.
               ในคำว่า วิบากกับธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก นี้มีคำอธิบายว่า
               เมื่อปรวาทีกำหนดอยู่ซึ่งวิบากในนามขันธ์ทั้ง ๔ ขันธ์ ๑ๆ ชื่อว่าเป็นวิปากธัมมธรรม คือเป็นธรรมที่เป็นเหตุให้วิบากเกิดขึ้น เพราะอรรถว่าเป็นปัจจัยในปัจจัยทั้งหลายมีอัญญมัญญปัจจัยเป็นต้น และเพราะอรรถว่าเป็นปัจจยุปบัน ดังนั้น เมื่อถูกสกวาทีถามว่า วิบากเป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิปากะหรือ จึงตอบรับรองว่า ใช่.
               ลำดับนั้น สกวาที เพื่อท้วงปรวาทีนั้น จึงกล่าวคำอย่างนี้ว่า วิบากในนามขันธ์ ๔ ในขณะเดียวกันก็ดี ธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบากในนามขันธ์ ๔ ก็ดี เป็นธรรมที่ท่านรับรองแล้ว เหตุใด เพราะเหตุนั้น ความที่วิบากและธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิปากเหล่านั้น ย่อมปรากฏว่าเป็นธรรมสหรคตกันหรือ ปรวาทีตอบปฏิเสธหมายเอาธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก คือกุศล.
               คำว่า อกุศลอันนั้น ความว่า ถ้าวิบากเป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิปากะตามลัทธิของท่านไซร้ วิบากใดเป็นอกุศลวิบาก วิบากนั้นก็ถึงความเป็นอกุศล.
               ถามว่า เพราะเหตุไร? แก้ว่าเพราะความที่ท่านกล่าวว่าอกุศลวิบากเป็นสภาวะอย่างเดียวกันกับด้วยธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิปากะ.
               แม้ในคำว่า กุศลอันนั้น เป็นต้น ก็นัยนี้นั่นแหละ.
               คำว่า อัญญมัญญปัจจัย นี้ ปรวาทีกล่าวแล้วด้วยสามารถสักแต่ว่าเป็นปัจจัยแห่งสหชาตธรรมทั้งหลาย เพราะฉะนั้น คำว่า อัญญมัญญปัจจัย นี้จึงไม่สำเร็จประโยชน์. แม้การกล่าวถึงความที่มหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยซึ่งกันและกันนั้นก็หาใช่เป็นวิบากไม่ ทั้งไม่เป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบากด้วย ด้วยประการฉะนี้แล.
               อรรถกถาวิปาโกวิปากธัมมธัมโมติกถา จบ.               

               รวมกถาที่มีในวรรคนี้คือ
                         ๑. สังคหิตกถา
                         ๒. สัมปยุตตกถา
                         ๓. เจตสิกกถา
                         ๔. ทานกถา
                         ๕. ปริโภคมยปุญญกถา
                         ๖. อิโตทินนกถา
                         ๗. ปฐวีกัมมวิปาโกติกถา
                         ๘. ชรามรณวิปาโกติกถา
                         ๙. อริยธัมมวิปากกถา
                         ๑๐. วิปาโกวิปากธัมมธัมโมติกถา.

               วรรคที่ ๗ จบ.               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๗ วิปาโก วิปากธัมมธัมโมติกถา จบ.
อ่านอรรถกถา 37 / 1อ่านอรรถกถา 37 / 1179อรรถกถา เล่มที่ 37 ข้อ 1187อ่านอรรถกถา 37 / 1193อ่านอรรถกถา 37 / 1898
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=37&A=11670&Z=11710
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๗  เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๕๗
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com