ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา กถาวัตถุปกรณ์
วรรคที่ ๑๗ สัพพมิทัง กัมมโตติกถา

               อรรถกถาสัพพมิทัง กัมมโตติกถา               
               ว่าด้วยสิ่งทั้งปวงนี้เป็นเพราะกรรม               
               บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องสิ่งทั้งปวงนี้เป็นคือเกิด เพราะกรรม.
               ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายราชคิริกะและสทธัตถิกะทั้งหลายว่า สิ่งทั้งปวงนี้กล่าวคือกัมมวัฏฏะ กิเลสวัฏฏะ วิปากวัฏฏะเกิดมา เพราะกรรมเทียว เพราะอาศัยพระสูตรว่า โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ดังนี้.
               คำถามของสกวาทีว่า สิ่งทั้งปวงเป็นต้นหมายถึงชนเหล่านั้น. คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
               ลำดับนั้น สกวาทีเพื่อจะท้วงด้วยคำว่า ครั้นเมื่อความเป็นเช่นนั้นมีอยู่ แม้กรรมก็ย่อมเกิดแต่กรรม ดังนี้ จึงกล่าวว่า แม้กรรมก็เป็น คือเกิด เพราะกรรมหรือ? ปรวาทีตอบปฏิเสธด้วยคำว่า ผิว่า แม้กรรมชื่อว่าเกิดแต่กรรมจริงไซร้ กรรมนั้นก็พึงเป็นวิบากเท่านั้น ดังนี้.
               คำว่า สิ่งทั้งปวงนี้เป็นเพราะเหตุที่ทำไว้ในกาลก่อนหรือ สกวาทีถามเพื่อท้วงว่า ถ้าว่า สิ่งทั้งปวงเกิดแต่กรรม สิ่งนั้นก็พึงมีเหตุที่ทำไว้แล้วในกาลก่อน. ปรวาทีตอบปฏิเสธเพราะกลัวเป็นลัทธิปุพเพกตเหตุวาทะ.
               คำว่า เป็นเพราะวิบากแห่งกรรมหรือ สกวาทีถามเพื่อท้วงว่า ถ้าว่า สิ่งทั้งปวงย่อมเกิดเพราะกรรม กรรมใดที่เป็นเหตุแห่งความเป็นไปในอดีตภพ กรรมแม้นั้นก็เกิดจากกรรมในภพก่อน เพราะฉะนั้น กัมมวิบากย่อมสำเร็จ ด้วยเหตุนั้น สิ่งทั้งปวงย่อมปรากฏ เพราะกัมมวิบากตามลัทธิของท่านด้วยเหตุนั้นหรือ ดังนี้.
               ปรวาทีตอบปฏิเสธ เพราะหมายเอาความเกิดแต่กรรมของความเป็นไปในปัจจุบันเท่านั้น เหมือนหน่อแห่งพืชย่อมเกิดมาจากพืช.
               ถูกถามครั้งที่ ๒ ท่านก็ตอบรับรอง เพราะความที่กรรมแม้นั้นเป็นไป เพราะกรรมในก่อนเหมือนหน่อแห่งพืช ย่อมเกิดจากพืชต้นก่อน.
               คำว่า บุคคลพึงฆ่าสัตว์ เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อท้วงว่า ผิว่า สิ่งทั้งปวงเกิดแต่กัมมวิบากไซร้ บุคคลก็พึงทำปาณาติบาตเป็นต้นด้วยกัมมวิบากนั้นนั่นแหละ.
               ปรวาทีตอบรับรองตามลัทธิว่า แม้เจตนาในความเป็นผู้ทุศีลที่เกิดขึ้นในกรรมก่อนก็เป็นวิบากโดยปริยายหนึ่งทีเดียว.
               ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวว่า ปาณาติบาตมีผลหรือ เพื่อท้วงว่า ถ้าว่า ปาณาติบาตย่อมสำเร็จจากกัมมวิบากตามลัทธิของท่านไซร้ แม้วิบากก็มีผลปรากฏเหมือนปาณาติบาต ดังนี้ ปรวาที เมื่อเห็นซึ่งความที่ปาณาติบาตมีผล เพราะความเป็นผลให้เกิดในนรกเป็นต้น จึงตอบรับรอง. แต่เมื่อไม่เห็นฐานะที่สกวาทีกล่าวว่า สิ่งชื่อนี้เป็นผลของกัมมวิบาก จึงตอบปฏิเสธ.
               แม้ในอทินนาทานเป็นต้น ก็นัยนี้.
               คำว่า คิลานปัจจยเภสัชชบริขารมีผลหรือ ความว่า สกวาทีย่อมถามว่า ผลแห่งการให้ทานมีอยู่ด้วยสามารถแห่งไทยธรรมหรือ ดังนี้. พระสูตรว่า โลกคือสัตวโลก เป็นไปเพราะกรรม ย่อมแสดงซึ่งความที่บุคคลนับถือกรรมว่าเป็นของตน ของกัมมวาทีบุคคลว่า กรรมมีอยู่ เพราะปฏิเสธอกัมมวาทีบุคคล ที่กล่าวว่า กรรมไม่มีอยู่ ดังนี้ มิใช่แสดงซึ่งความที่สิ่งทั้งปวงเกิดขึ้นเพราะกรรมเลย เพราะฉะนั้น พระสูตรนี้จึงไม่สำเร็จดังลัทธินั้น ดังนี้แล.

               อรรถกถาสัพพมิทัง กัมมโตติกถา จบ.               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๗ สัพพมิทัง กัมมโตติกถา จบ.
อ่านอรรถกถา 37 / 1อ่านอรรถกถา 37 / 1695อรรถกถา เล่มที่ 37 ข้อ 1699อ่านอรรถกถา 37 / 1701อ่านอรรถกถา 37 / 1898
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=37&A=17697&Z=17750
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๘  เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๕๗
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :