ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา กถาวัตถุปกรณ์
วรรคที่ ๑๗ อินทริยพัทธกถา

               อรรถกถาอินทริยพัทธกถา               
               ว่าด้วยสิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เป็นทุกข์               
               บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องสิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เป็นทุกข์.
               ในปัญหานั้น ทุกข์มี ๒ คืออินทริยพัทธทุกข์ คือสิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เป็นทุกข์ และอนินทริยพันธทุกข์ คือสิ่งที่ไม่เนื่องด้วยอินทรีย์เป็นทุกข์.
               ก็อินทริยพัทธะ ชื่อว่าเป็นทุกข์เพราะความเป็นวัตถุแห่งทุกข์ อนินทริยพัทธะชื่อว่าเป็นทุกข์ เพราะความที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสงเคราะห์ไว้ในคำว่า สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นชื่อว่าเป็นทุกข์ เพราะอรรถว่าถูกความเกิดและความดับบีบคั้น ดังนี้.
               ชนเหล่าใดไม่ถือเอาวิภาคนี้มีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายเหตุวาทะทั้งหลายว่า การประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อกำหนดรู้ทุกข์อันใด ทุกข์อันนั้นเป็นอินทริยพัทธทุกข์นี้เท่านั้น มิใช่ทุกข์อื่นนอกจากนี้ ดังนี้.
               คำถามของสกวาทีว่า สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เท่านั้นเป็นทุกข์หรือ เพื่อแสดงซึ่งความที่อนินทริยพัทธะ คือสิ่งที่ไม่เนื่องด้วยอินทรีย์ แม้นอกนี้ก็เป็นทุกข์ โดยหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
               ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวคำเป็นต้นว่า สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เท่านั้นไม่เที่ยง ดังนี้ เพื่อท้วงด้วยคำว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็นทุกข์ เหตุใด เพราะเหตุนั้น อินทริยพัทธทุกข์เท่านั้นพึงเป็นสภาพไม่เที่ยงหรือ ดังนี้. คำว่า สิ่งที่ไม่เนื่องด้วยอินทรีย์ก็ไม่เที่ยง...มิใช่หรือ อธิบายว่า แม้อนินทริยพัทธะ เช่นแผ่นดิน ภูเขา แผ่นหินเป็นต้น ก็ไม่เที่ยงมิใช่หรือ.
               ในปัญหาว่า ไม่พึงกล่าวว่า สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เท่านั้นเป็นทุกข์หรือ คำตอบรับรองว่า ใช่ เป็นของสกวาที.
               จริงอยู่ อินทริยพัทธทุกข์ย่อมเป็นอารมณ์ของทุกขโทมนัสทั้งหลาย.
               อันที่จริง ไฟในฤดูร้อนก็ดี ลมในฤดูหนาวก็ดีก็เป็นอารมณ์ของทุกข์ ความฉิบหายแห่งโภคะเป็นต้น ก็เป็นอารมณ์ของโทมนัสเสมอไป เพราะฉะนั้น แม้เว้นจากอินทริยพัทธทุกข์เสียแล้ว ก็พึงกล่าวได้ว่า อนินทริยพัทธะเป็นทุกข์เพราะอรรถว่าเป็นสภาพไม่เที่ยง แต่ไม่ควรกล่าวว่า เป็นทุกขอริยสัจ เพราะความเป็นทุกข์ไม่เกิดจากกรรมและกิเลสทั้งหลาย และเพราะความที่บุคคลไม่พึงกำหนดรู้ได้ด้วยมรรค.
               อนึ่ง ความดับสลายไปแห่งหญ้าและต้นไม้เป็นต้น หรือความดับสลายไปแห่งพืชที่เกิดตามฤดูกาลเป็นต้นย่อมไม่ชื่อว่าเป็นทุกขนิโรธอริยสัจ เหตุใด เพราะเหตุนั้น อินทริยพัทธะเท่านั้นเป็นทุกข์ด้วย เป็นอริยสัจจะด้วย แต่อนินทริยพัทธะนี้เป็นแต่เพียงทุกข์เท่านั้น ไม่เป็นอริยสัจ ดังนั้น สกวาทีเพื่อจะแสดงทุกข์ทั้ง ๒ ที่ต่างกันนี้ จึงตอบรับรองว่า ใช่.
               พระบาลีว่า เพื่อกำหนดรู้ทุกข์อันเนื่องด้วยอินทรีย์เป็นต้น ย่อมแสดงถึงการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ด้วยการกำหนดรู้ อินทริยพัทธทุกข์โดยการทำไม่ให้เกิดขึ้นอีกของผู้ที่กำหนดรู้แล้ว. ด้วยเหตุนั้นนั่นแหละ สกวาทีจึงปฏิเสธในปัญหานั้น อันที่จริง ใครๆ ไม่อาจเพื่อปฏิเสธความที่อนินทริยพัทธทุกข์ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสงเคราะห์ไว้ด้วยคำว่า สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นชื่อว่าเป็นทุกข์ ดังนี้ เพราะฉะนั้น คำนี้จึงมิใช่ข้อพิสูจน์สิ่งที่ไม่เนื่องด้วยอินทรีย์ว่าไม่เป็นทุกข์ ดังนี้แล.

               อรรถกถาอินทริยพัทธกถา จบ.               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๗ อินทริยพัทธกถา จบ.
อ่านอรรถกถา 37 / 1อ่านอรรถกถา 37 / 1699อรรถกถา เล่มที่ 37 ข้อ 1701อ่านอรรถกถา 37 / 1705อ่านอรรถกถา 37 / 1898
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=37&A=17751&Z=17800
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๘  เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๕๗
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com