ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา กถาวัตถุปกรณ์
วรรคที่ ๒ ปรูปหารกถา

               อรรกถาปรูปหารกถา               
               ว่าด้วยผู้อื่นนำมาให้               
               บัดนี้ ชื่อว่า เรื่องผู้อื่นนำมาให้.
               ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดย่อมสำคัญว่า เทวดาผู้นับเนื่องในหมู่มารน้อมนำน้ำสุกกะ คือน้ำอสุจิเข้าไปแก่พระอรหันต์ได้ เพราะเห็นการสละน้ำสุกกะ คืออสุจิของชนทั้งหลายผู้ปฏิญาณตนว่าเป็นพระอรหันต์ ผู้หลอกลวง ผู้เย่อหยิ่ง ผู้สำคัญในธรรมอันตนไม่บรรลุว่าบรรลุแล้ว หรือผู้ปฏิบัติอยู่เพื่อความเป็นพระอรหันต์ ดุจนิกายปุพพเสลิยะและอปรเสลิยะทั้งหลายในขณะนี้ สกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้นจึงถามปรวาทีว่า การปล่อยสุกกะ คืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่หรือ คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
               บัดนี้ ชื่อว่าการปล่อยน้ำสุกกะ ย่อมมีเพราะราคะเป็นสมุฏฐาน เหตุใด เพราะเหตุนั้น สกวาทีจึงเริ่มซักถามว่า ราคะของพระอรหันต์มีอยู่หรือ เนื้อความนั้นแม้ทั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้น.
               ในปัญหาว่า เทวดาผู้นับเนื่องในหมู่มารนำเข้าไปซึ่งการปล่อยสุกกะคืออสุจิแก่ตนได้ เป็นต้น ความว่า ขึ้นชื่อว่าการปล่อยน้ำสุกกะของเทวดาเหล่านั้นย่อมไม่มี ทั้งเทวดาเหล่านั้นถือเอาน้ำสุกกะของชนแม้เหล่าอื่นแล้วน้อมนำเข้าไปก็ไม่มี ทั้งน้ำสุกกะของพระอรหันต์นั้นแหละก็ไม่มี เหตุใด เพราะเหตุนั้น ปรวาทีจึงปฏิเสธว่า ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น.
               ในปัญหาว่า เทวดาผู้นับเนื่องในหมู่มารนำเข้าไปซึ่งการปล่อยสุกกะคืออสุจิแต่ตนก็ไม่มี ความว่า ปรวาทีนั้นย่อมตอบรับรอง เพราะลัทธิว่า ก็เทวดานิรมิตแล้วก็นำเข้าไป.
               ในปัญหาว่า นำเข้าไปทางขุมขนหรือ ปรวาทีปฏิเสธ เพราะเห็นว่าไม่มีการนำเข้าไปตามรูขนทั้งหลาย เหมือนการนำเนยใสและน้ำมันทั้งหลาย ฯ.
               คำว่า "หนฺท หิ" เป็นนิบาตลงในอรรถที่เป็นไปด้วยอำนาจพิเศษ.
               อธิบายว่า พวกเทวดาผู้นับเนื่องในหมู่มารคิดว่า เราจักถือเอาความสงสัยอย่างนี้ว่า ท่านเป็นพระอรหันต์ หรือมิใช่พระอรหันต์หนอ แล้วนำเข้าไปทำให้เป็นไปในอำนาจพิเศษอย่างนี้. ถูกสกวาทีถามว่า ความสงสัยของพระอรหันต์ยังมีอยู่หรือ? ปรวาทีหมายเอาความสงสัยมีวัตถุ ๘ ประการ จึงตอบปฏิเสธ.
               ถูกถามครั้งที่ ๒ ก็ตอบรับรอง เพราะหมายเอาไม่มีการตกลงใจคือไม่รู้ในนามและโคตรเป็นต้นแห่งหญิงและชายเป็นต้น.
               คำว่า ความประสงค์ของท่านยังมีอยู่หรือ ความว่า สกวาทีย่อมถามว่า โอกาสอันเป็นที่ตั้งอยู่แห่งน้ำสุกกะนั้นมีอยู่ ราวกะโอกาสเป็นที่ตั้งอยู่แห่งอุจจาระปัสสาวะ หรือ?
               คำว่า ผู้ฉลาดในธรรมของตน ได้แก่ ผู้ฉลาดในสักว่า ธรรมอันเป็นพระอรหันต์ของตนเท่านั้น ข้อนี้ท่านหมายเอาพระอรหันต์ผู้หลุดพ้นด้วยปัญญาจึงกล่าวเช่นนั้น.
               คำว่า ผู้ฉลาดในธรรมอื่นได้แก่ ผู้ฉลาดแม้ในธรรมอันเป็นสมาบัติ ๘ อื่นนอกจากพระสัทธรรมข้อนี้ ท่านหมายเอาพระอรหันต์ผู้อุภโตภาควิมุติจึงกล่าวอย่างนั้น. คำที่เหลือในที่นี้ บัณฑิตพึงทราบโดยทำนองที่กล่าวแล้วในพระบาลีนั่นแหละดังนี้แล.

               อรรถกถาปรูปหารกถา จบ.               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒ ปรูปหารกถา จบ.
อ่านอรรถกถา 37 / 1อ่านอรรถกถา 37 / 437อรรถกถา เล่มที่ 37 ข้อ 446อ่านอรรถกถา 37 / 490อ่านอรรถกถา 37 / 1898
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=37&A=5332&Z=5653
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๔  เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๕๗
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :