ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา กถาวัตถุปกรณ์
ปุคคลกถา ปัญญัตตานุโยค

               อรรถกถาปัญญัตตานุโยค               
               ว่าด้วยการซักถามเรื่องบัญญัติ               
               บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องการซักถามบัญญัติ.
               จริงอยู่ ปุคคลวาทีบุคคล ย่อมบัญญัติบุคคลมีรูปด้วยรูปธาตุ โดยทำนองเดียวกัน ย่อมบัญญัติบุคคลไม่มีด้วยอรูปธาตุ. คำถามแม้ทั้งปวงของพระสกวาทีก็เพื่อมุ่งทำลายลัทธิของปุคคลวาทีบุคคลนั้น.
               คำตอบรับรองด้วย คำปฏิเสธด้วยเป็นของพระปรวาที ครั้นเมื่อสกวาทีถามว่า บุคคลชื่อว่ามีรูปเป็นต้น ปรวาทีก็ตอบรับรอง เพราะสภาพแห่งรูปกายและบัญญัติเช่นนั้น มีอยู่. ครั้นเมื่อคำว่า มีกาม อันสกวาทีถามแล้ว ปรวาทีตอบปฏิเสธ เพราะสภาพแห่งวีตราคะและบัญญัติเช่นนั้นไม่มีอยู่.
               แม้เมื่อสกวาทีกล่าวถามว่า สัตว์ชื่อว่าไม่มีรูป ปรวาทีตอบรับรอง เพราะสภาพแห่งอรูปขันธ์และบัญญัติเช่นนั้นเป็นสภาพมีอยู่.
               คำว่า สัตว์ ในนัยแม้ทั้ง ๒ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งคำเป็นไวพจน์ของบุคคล.
               บัดนี้ ท่านปรารถนาคำว่า กายเป็นอย่างอื่น บุคคลก็เป็นอย่างอื่น ในพระบาลีที่มาแล้วว่า กาเย กายานุปสฺสี แปลว่า พิจารณาเห็นกายในกาย ดังนี้ เพราะฉะนั้น เพื่อจะทำลายลัทธิอันนั้น สกวาทีจึงถามว่า บัญญัติว่ากาย หรือว่าสรีระ เป็นต้น.
               ในคำเหล่านั้น คำว่า รวมเพ่งถึงกาย อธิบายว่า ข้าพเจ้าถามถึงกายอันเป็นฆนะ อันสัตว์ยึดถือไว้ อันน้อมไปสู่ความเป็นเอกีภาพ อันไม่พึงจำแนก.
               คำว่า เอเส เส ได้แก่ เอโส โสเยว แปลว่า บัญญัติทั้ง ๒ นี้ ก็เป็นอย่างเดียวกันนั่นแหละ พระบาลีว่า เอเส เอเส ดังนี้บ้าง แปลว่า บัญญัติศัพท์เหล่านั้นๆ.
               อธิบายว่า บัญญัติศัพท์เหล่านั้นนั่นแหละ.
               คำว่า มีอรรถอันเดียวกัน ได้แก่ อรรถอย่างเดียวกัน.
               คำว่า เสมอกัน เท่ากัน เหมือนกัน ในที่นี้ต่างกันแต่เพียงถ้อยคำเท่านั้น.
               ก็เมื่อว่าโดยอรรถแล้ว สกวาทีย่อมถามว่า กายก็อันนั้นนั่นแหละ ดังนี้ ปรวาทีเมื่อไม่เห็นความแตกต่างกัน จึงตอบรับรองว่า ใช่. แม้ในคำถามว่าบุคคล หรือว่าชีพ ก็นัยนี้นั่นเทียว.
               อนึ่ง ถูกสกวาทีถามว่า กายเป็นอื่น ปรวาทีก็ตอบรับรอง เพราะทำกายานุปัสสนาให้เป็นลัทธิอย่างนี้. เมื่อถูกถามว่า ชีพเป็นอื่น ปรวาทีเมื่อไม่อาจปฏิเสธพระสูตรที่ยึดถือไว้สำหรับกล่าว จึงปฏิเสธ.
               คำว่า จงรับรู้นิคคหะ เป็นต้นข้างหน้าแต่นี้มีอรรถตื้นทั้งนั้น.
               ในฝ่ายปรวาที ท่านถามว่า กายเป็นอย่างอื่น บุคคลก็เป็นอย่างอื่นหรือ สกวาทีปฏิเสธ เพราะความเป็นปัญหาที่ควรงดเว้น. ปรวาทีจึงทำปฏิกรรม คือการทำนิคคหะตอบแก่สกวาทีด้วยสามารถแห่งเลศนัย. แม้คำนั้นก็มีอรรถตื้นทั้งนั้น แล.

               อรรถกถาปัญญัตตานุโยค จบ.               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา กถาวัตถุปกรณ์ ปุคคลกถา ปัญญัตตานุโยค จบ.
อ่านอรรถกถา 37 / 1อ่านอรรถกถา 37 / 62อรรถกถา เล่มที่ 37 ข้อ 68อ่านอรรถกถา 37 / 76อ่านอรรถกถา 37 / 1898
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=37&A=755&Z=834
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๔  เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๕๗
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com