ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา กถาวัตถุปกรณ์
วรรคที่ ๔ นิยาโมกกันติกถา

               อรรถกถานิยาโมกกันติกถา๑-               
               ว่าด้วยการหยั่งลงสู่นิยาม               
____________________________
๑- คำว่า "นิยาโมกฺกนฺติ" แยกเป็น นิยามํ ได้แก่ อริยมรรค. โอกฺกนฺติ ได้แก่ การหยั่งลง.

               บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องการหยั่งลงสู่นิยาม การหยั่งลงสู่ทางอันแน่นอนคืออริยมรรค.
               ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลายในขณะนี้ว่า พระโพธิสัตว์มีนิยามอันหยั่งลงแล้ว มีพรหมจรรย์อันประพฤติแล้วในพระธรรมวินัยของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่ากัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะหมายเอาการบรรพชาของโชติปาละในฆฏิการสูตร สกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น จึงถามด้วยคำว่า พระโพธิสัตว์ เป็นต้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที เพราะตั้งอยู่ในลัทธิ.
               เนื้อความจากนั้น คำว่า นิยาม คือทางอันแน่นอนก็ดี พรหมจรรย์ก็ดี เป็นชื่อของอริยมรรค.
               อนึ่ง ยกเว้นการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์เสียแล้ว ชื่อว่าการหยั่งลงสู่นิยามอย่างหนึ่งย่อมไม่มี ถ้าพระโพธิสัตว์พึงเป็นพระโสดาบัน พึงเป็นอริยสาวกไซร้ ข้อนั้นหาเป็นไปได้ไม่.
               จริงอยู่ พระพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมทรงพยากรณ์พระโพธิสัตว์นั้นว่า ผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้า เพราะพระองค์ดำรงอยู่ในญาณอันเป็นกำลังของพระองค์นั่นแหละ เพราะฉะนั้น สกวาทีจึงซักถามด้วยคำว่า พระโพธิสัตว์ อีก. คำตอบปฏิเสธเป็นของปรวาที หมายเอาปัจฉิมภพ คือภพสุดท้าย.
               ในปัญหาที่ ๒ ปรวาทีนั้นนั่นแหละตอบรับรอง หมายเอาเวลาที่พระพุทธเจ้า เมื่อครั้งเป็นโชติปาละ.
               แม้ในคำทั้งหลายมีคำว่า เป็นพระสาวก เป็นต้น ก็นัยนี้แหละ.
               คำว่า การฟังตาม หมายความว่า ผู้มีธรรมอันแทงตลอดแล้วด้วยการฟังสืบๆ กันมา. ปรวาทีตอบปฏิเสธ เพราะหมายเอาปัจฉิมภพ ย่อมตอบรับรองหมายเอาการฟังต่อๆ กันมาในกาลเป็นโชติปาละ.
               คำว่า นับถือศาสดาอื่น ที่สกวาทีกล่าวแล้วนั้นหมายเอาอาฬารดาบสและรามบุตรดาบส.
               คำว่า ท่านพระอานนท์ เป็นต้นที่สกวาทีกล่าวแล้วเพื่อแสดงว่า ผู้มีนิยามอันหยั่งลงแล้วเท่านั้นเป็นพระสาวก นอกจากนี้ไม่ใช่ แต่ผู้มีนิยามอันหยั่งลงแล้วเช่นนี้มีอยู่ ดังนี้.
               ข้อว่า เป็นสาวกครั้นล่วงชาติหนึ่งไปแล้ว ความว่า สกวาทีย่อมถามด้วยคำว่า เป็นพระสาวกด้วยชาติใดแต่พอล่วงเลยชาตินั้นไปแล้วไม่เป็นสาวกในภพอื่นหรือ ดังนี้ ปรวาทีตอบปฏิเสธ เพราะความที่พระโสดาบันเป็นต้นเป็นพระสาวก.
               คำที่เหลือในที่นี้มีเนื้อความง่ายทั้งนั้น แล.

               อรรถกถานิยาโมกกันติกถา จบ.               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๔ นิยาโมกกันติกถา จบ.
อ่านอรรถกถา 37 / 1อ่านอรรถกถา 37 / 956อรรถกถา เล่มที่ 37 ข้อ 969อ่านอรรถกถา 37 / 985อ่านอรรถกถา 37 / 1898
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=37&A=9396&Z=9532
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๗  เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๕๗
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com