ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑
มาติกานิกเขปวาร ปัจจยวิภังควาร อาหารปัจจัย

               วรรณานิทเทสแห่งอาหารปัจจัย               
               ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยในอาหารปัจจัยนิทเทสต่อไป.
               โอชาในรูปที่เกิดในสันตติ ๔#- ชื่อว่าอาหาร ในคำว่า กพฬีกาโร อาหาโร. ก็เพราะอาหารนั้น บุคคลทำให้เป็นคำแล้วกลืนกินเข้าไปเท่านั้น จึงทำกิจแห่งอาหารได้ ที่อยู่ภายนอกหาทำกิจแห่งอาหารไม่ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ตรัสว่า อาหารโร ตรัสว่า กพฬีกาโร อาหาโร.
               อีกอย่างหนึ่ง คำว่า กพฬีกาโร นี้ สักว่าเป็นชื่อแห่งอาหารนั้น เพราะเป็นวัตถุที่บุคคลพึงทำให้เป็นคำๆ แล้วกลืนกิน. อาหารคือ ผัสสะ เจตนาและวิญญาณ ชื่อว่านามอาหาร. รูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐาน พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาแล้วในคำนี้ว่า ตํสมุฏฐานานํ.
               สมจริงดังที่พระองค์ตรัสไว้ในปัญหาวาระว่า ในขณะปฏิสนธิ อาหารที่เป็นวิปากาพยากตะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตและรูปที่เกิดจากธรรม ด้วยอำนาจของอาหารปัจจัย.
               พรรณนาบาลีในอาหารปัจจัยเพียงเท่านี้.
____________________________
#- รูปที่เกิดจากสมุฏฐาน ๔ คือ กรรม จิต อุตุ อาหาร.

               ก็อาหารปัจจัยนี้โดยย่อ ได้แก่ ธรรม ๔ อย่างเท่านั้น คือ กพฬีการาหาร ผัสสาหาร เจตนาหาร และวิญญาณาหาร.
               ในอาหาร ๔ อย่างนั้น นามอาหาร ๓ ที่เหลือ เว้นกพฬีการาหาร ว่าโดยอำนาจแห่งชาติ จำแนกได้ ๔ ชาติ โดยเป็นกุศล อกุศล วิบากและกิริยา.
               ว่าด้วยประเภทแห่งภูมิอีก นามอาหารเหล่านี้จำแนกได้มากมายหลายอย่างอย่างนี้ คือกุศลจำแนกได้ ๔ ภูมิ อกุศล ๑ ภูมิ วิบาก ๔ ภูมิ กิริยา ๓ ภูมิ. ส่วนกพฬีการาหารโดยชาติเป็นอัพยากตะ โดยภูมิเป็นกามาวจรอย่างเดียว. ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยโดยการจำแนกด้วยประการต่างๆ ในอาหารปัจจัยนี้ ดังกล่าวมาแล้ว.
               ก็ในอาหารปัจจัยซึ่งจำแนกได้ดังกล่าวมาแล้วนี้ อาหารที่เป็นกุศล ๓ อย่าง ทั้ง ๔ ภูมิเป็นปัจจัยก่ธรรมที่สัมปยุตกับตน และรูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐานในปัญจโวการภพ ด้วยอำนาจของอาหารปัจจัย อาหารที่เหลือเว้นรูปาวจรวิญญาณ เป็นปัจจัยเฉพาะแก่ธรรมที่สัมปยุตเท่านั้น ในอรูปภพด้วยอำนาจของอาหารปัจจัย.
               แม้ในอาหารที่เป็นอกุศลก็นัยนี้เหมือนกัน.
               อาหารที่เป็นวิบากทั้ง ๔ ภูมิ เป็นอาหารปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตในที่ทั้งปวง.
               ก็ในอธิการนี้ กามาวจรวิบากและรูปาวจรวิบาก ที่เกิดในปัญจโวการภพ เป็นอาหารปัจจัยแก่จิตตชรูปในปวัตติกาล แก่กัมมชรูปอย่างเดียว. อาหารที่เกิดในอรูปภพย่อมไม่เป็นปัจจัยแก่รูป. อาหารที่เป็นกิริยาทั้ง ๓ ภูมิ เป็นอาหารปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต และจิตตชรูปในปัญจโวการภพ. อาหารที่เป็นกามาวจรและอรูปาวจร เป็นอาหารปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตเท่านั้น ในอรูปภพ.
               กวฬีการาหารที่เกิดขึ้นในสันตติ ๔ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้โดยไม่แปลกกันว่า เป็นปัจจัยแก่กายนี้ แม้ก็จริง แต่เมื่อว่าโดยแปลกกัน ในอธิการนี้ กวฬีการาหารนี้ เป็นผู้ให้เกิดรูปที่มีอาหารเป็นสมุฏฐานด้วยชนกสัตติ และตามรักษารูปที่มีอาหารเป็นสมุฏฐานด้วยอนุปาลสัตติ ด้วยอำนาจของอาหารปัจจัย.
               อธิบายว่า เป็นปัจจัยแก่สันตติรูปอันมีสมุฏฐาน ๓ ที่เหลือ ด้วยอำนาจของอาหารปัจจัย เพราะเลี้ยงรูปไว้.
               ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยแม้ด้วยธรรมที่เป็นปัจจยุบบันในอาหารปัจจัยนี้ ดังพรรณนามาแล้ว.

               วรรณนานิทเทสแห่งอาหารปัจจัย จบ.               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ มาติกานิกเขปวาร ปัจจยวิภังควาร อาหารปัจจัย จบ.
อ่านอรรถกถา 40 / 1อ่านอรรถกถา 40 / 15อรรถกถา เล่มที่ 40 ข้อ 16อ่านอรรถกถา 40 / 17อ่านอรรถกถา 40 / 1767
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=40&A=205&Z=207
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๗  เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๕๗
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :