ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑
อนุโลมติกปัฏฐาน กุสลัตติกะ ปัจจยวาร ปัจจยปัจจนียนัย

               อรรถกถาปัจจยปัจจนียนัย               
               ก็กุศลย่อมไม่ได้ในปัจจนียนัย เพราะฉะนั้น ท่านจึงเริ่มวิสัชนาตั้งแต่อกุศลเป็นต้นไปว่า อกุสลํ ธมฺมํ ปจฺจยา ดังนี้. คำวิสัชนานั้นย่อมดำเนิไปตามบาลีเท่านั้น. ก็คำที่จะพึงกล่าวในวาระนี้ได้กล่าวไว้เรียบร้อยแล้วในปัจจนียนัยแห่งปฏิจจวาระ.
               ก็ท่านกล่าวคำว่า นเหตุยา จตฺตาริ ในนเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ เป็นต้น เพื่อแสดงจำนวนวิสัชนาที่ได้ในปัจจนียนัยอันใดไว้ ในวิสัชนานั้นมีการกำหนด ๖ อย่าง คือวิสัชนา ๔ วาระ ๑๗ วาระ ๕ วาระ ๓ วาระ ๑ วาระ ในการเทียบเคียงปัจจัยที่มีมูล ๒ และมูล ๓ เป็นต้น พึงทราบการนับด้วยอำนาจการกำหนดเหล่านั้น เพราะว่า ปัจจัยใด ๑- ที่ได้วิสัชนาถึง ๑๗ วาระ เพราะเทียบเคียงกับปัจจัยที่เช่นเดียวกันกับปัจจัยนั้น.
____________________________
๑- อรรถกถาบาลีไทยหน้า ๕๗๗ บรรทัดที่ ๔ ว่า โน ฉบับอื่นเป็น โย แปลตามฉบับอื่น เพราะตรงตามสภาวะ.

               การกำหนดจำนวนได้แม้ทั้ง ๖ อย่างที่เหลือ ก็เพราะเทียบเคียงกับปัจจัยที่มีจำนวนต่ำกว่า. แม้ในการกำหนดจำนวนที่เหลือก็อย่างนี้. เมื่อเว้นการกำหนดจำนวนที่สูงกว่า ก็ย่อมได้จำนวนที่เท่ากันและต่ำกว่ากัน ในการนี้จะไม่ได้การกำหนดจำนวนที่สูงกว่า ฉะนั้น นี้จึงเป็นข้อนิยมในเรื่องการกำหนดจำนวนนี้.
               ก็จำนวนที่เท่ากัน และจำนวนที่ต่ำกว่ากัน เมื่อความผิดแผกกันมีอยู่ เนื้อความก็ไม่ได้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า นเหตุปจฺจยา นารมฺมเณ เอกํ เพราะนเหตุปัจจัย ในอารัมมปัจจัยมี ๑ วาระ ดังนี้เป็นต้น.
               ความจริงในเรื่องนี้ น่าจะมีคำกล่าวว่า วิสัชนา ๔ วาระ ควรได้ด้วยอำนาจแห่งนเหตุปัจจัยเพราะพระบาลีมาแล้วว่า ในนเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ ในนอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ. แต่เพราะวิสัชนาเหล่านั้นเข้ากันกับอารัมมณธรรม สารัมมณธรรมจึงผิด เพราะฉะนั้น วิสัชนา ๓ วาระจึงลดไป คืออกุศลธรรมอิงอาศัยอกุศลธรรมเกิดขึ้น, อกุศลธรรมอิงอาศัยอัพยากตธรรมเกิดขึ้น, อกุศลธรรมอิงอาศัยอกุศลธรรมและอัพยากตธรรมเกิดขึ้น. วิสัชนา ๑ วาระเท่านั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ด้วยสามารถแห่งรูปว่า อัพยากตธรรมอิงอาศัยอัพยากตธรรมเกิดขึ้นดังนี้.
               บัณฑิตครั้นทราบวิสัชนาที่ผิดแผกแตกต่างกันไปในปัจจัยทั้งปวงแล้วพึงทราบการกำหนดที่จะมีได้ด้วยประการฉะนี้.
               อีกอย่างหนึ่ง ในอธิการนี้มีการแสดงเพียงนัยดังต่อไปนี้.
               สองบทว่า นาธิปติยา จตฺตาริ ในนอธิปติปัจจัย มี ๔ วาระ คือวิสัชนาที่ได้แล้วในวิสัชนานเหตุปัจจัย.
               แม้ในจตุกะที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน.
               สองบทว่า นานนฺตเร เอกํ ในนอนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ คือ อัพยากตะกับอัพยากตะ ด้วยอำนาจรูปที่มีอเหตุกจิตเป็นสมุฏฐาน และรูปที่เหลือ. บัณฑิตพึงทราบรูปที่ประกอบได้ในปัจจัยหนึ่งๆ ทั้งหมดอย่างนี้.
               แม้ในคำนี้ว่า นปุเรชาเต เทฺว ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ ก็ควรจะกล่าวว่า ได้วิสัชนา ๔ วาระด้วยอำนาจนเหตุปัจจัย. แต่เพราะนเหตุปัจจัยเข้ากันได้กับนปุเรชาตปัจจัย วิสัชนา ๒ ข้อด้วยอำนาจวัตถุปุเรชาตะว่า อกุศลเกิดขึ้นเพราะอิงอาศัยอัพยากตธรรม อกุศลเกิดขึ้นเพราะอิงอาศัยอกุศลและอัพยาตะดังนี้ ต้องลดไป. ส่วนในอรูปภพท่านกล่าววิสัชนาไว้ ๒ ข้อ ด้วยอำนาจอเหตุกโมหะและอเหตุกกิริยา.
               สองบทว่า นวิปฺปยุตเต เทฺว ในนวิปปยุตตปัจจัยมี ๒ วาระ คือวิสัชนา ๒ ข้อด้วยอำนาจอเหตุกอกุศลและอเหตุกกิริยา ในอรูปภพ.
               ใน โนนตฺถิ โนวิคเต คำว่า เอกํ = ๑ พึงทราบว่าได้แก่อัพยากตะกับอัพยาตะ ด้วยอำนาจรูปทั้งหมด. ในปัจจัยที่มีมูล ๓ เป็นต้น แสดงไว้หมดแล้ว.
               ส่วนในนารัมมณทุมูลกนัย คำว่า นาธิปติยา ปญฺจ ในนอธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ คือวิสัชนาที่ได้ในนอารัมมณปัจจัยนั่นเอง.
               ในคำนี้ว่า นกมฺเม เอกํ ในนกัมมปัจจัย มี ๑ วาระ บัณฑิตไม่พึงถือเอาจิตตชรูปและกัมมชรูป พึงทราบเฉพาะอัพยากตะกับอัพยากตะ ด้วยอำนาจรูปที่เหลือ.
               ในนาธิปติมูลกนัย คำว่า นปุเรชาเต สตฺต ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ คือวิสัชนาที่ได้ในนปุเรชาตปัจจัยเท่านั้น.
               คำว่า นปจฺฉาชาเต สตฺตรส ในนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ ได้แก่วิสัชนา ๑๗ ข้อ ในนปัจฉาชาตปัจจัยเท่านั้น. วิสัชนาที่มีนอนันตรปัจจัย นสมนันตรปัจจัย นอัญญมัญญปัจจัย นอุปนิสสยปัจจัย นสัมปยุตตปัจจัย โนนัตถิปัจจัย โนวิคตปัจจัย เป็นมูล เหมือนกับปัจจัยที่มีนอารัมมณปัจจัยเป็นมูล. วิสัชนาที่ผ่านมาแล้วและยังไม่ถึง และวิสัชนาที่มีได้และมีไม่ได้ในปัจจัยทั้งหมด พึงทราบโดยการแสดงเพียงนัยนี้เท่านั้น.

               อรรถกถาปัจจยปัจจนียนัย จบ.               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ อนุโลมติกปัฏฐาน กุสลัตติกะ ปัจจยวาร ปัจจยปัจจนียนัย จบ.
อ่านอรรถกถา 40 / 1อ่านอรรถกถา 40 / 246อรรถกถา เล่มที่ 40 ข้อ 283อ่านอรรถกถา 40 / 309อ่านอรรถกถา 40 / 1767
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=40&A=3357&Z=3768
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๙  เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๕๗
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com