ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
            การค้นหาคำว่า “ อาบัติ ”             ผลการค้นหาพบ  7  ตำแหน่ง ดังนี้ :-

แสดงผลการค้น ลำดับที่  1 / 7
ปลงอาบัติ เปลื้องตนให้พ้นความผิดทางวินัยด้วยการเปิดเผยความผิดนั้น,
       ทำตนให้พ้นจากอาบัติด้วยการเปิดเผยอาบัติของตนแก่สงฆ์หรือแก่ภิกษุอื่น,
       แสดงอาบัติเพื่อให้พ้นจากอาบัติ,
       ใช้สำหรับอาบัติที่แสดงแล้วพ้นได้ คือ ถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ และทุพภาสิต;
       “ปลงอาบัติ” เป็นคำเก่าที่นิยมใช้กันมาเป็นพื้น แต่คำที่ใช้ในตำราซึ่งเป็นคำแปลตามบาลีเดิมว่า “แสดงอาบัติ”;
       ดู แสดงอาบัติ

แสดงผลการค้น ลำดับที่  2 / 7
ภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม ดู มูลายปฏิกัสสนารหภิกษุ

แสดงผลการค้น ลำดับที่  3 / 7
แสดงอาบัติ แสดงอาบัติของตนเพื่อให้พ้นจากอาบัตินั้น,
       เปลื้องตนจากอาบัติด้วยการเปิดเผยอาบัติของตนแก่สงฆ์ หรือแก่ภิกษุอื่น,
       ใช้สำหรับอาบัติที่แสดงแล้วพ้นได้ คือ ถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ และทุพภาสิต
       ในอุโบสถขันธกะ (วินย. ๔/๑๘๖/๒๔๕) มีวิธีแสดงอาบัติที่ตรัสสอนไว้ ตามเรื่องว่า
       ภิกษุรูปหนึ่งต้องอาบัติในวันอุโบสถ เธอคิดว่า พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้ว่า ภิกษุมีอาบัติติดตัว ไม่พึงทำอุโบสถ เราต้องอาบัติแล้ว จะพึงปฏิบัติอย่างไร จึงบอกเรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลายซึ่งได้กราบทูลแด่พระผู้มีพระภาค พระองค์รับสั่งว่า ภิกษุนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลี แล้วกล่าวว่า…
       ถ้อยคำตามพระบาลีนี้ เมื่อนำมาใช้มีการเติมคำอาลปนะเข้าไปให้ครบ ดังนี้
       ผู้แสดง: อหํ อาวุโส อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโน ตํ ปฏิเทเสมิ.
               (แน่ะเธอ ผมต้องอาบัติชื่อนี้ ผมแสดงอาบัตินั้น)
       ผู้รับ: ปสฺสถ ภนฺเต? (ท่านมองเห็นหรือครับ)
       ผู้แสดง: อาม อาวุโส ปสฺสามิ. (ครับ ผมเห็น)
       ผู้รับ: อายตึ ภนฺเต สํวเรยฺยาถ. (ท่านพึงสำรวมต่อไป เถิดครับ)
       [คำว่า “อิตฺถนฺนามํ” พึงเปลี่ยนไปตามชื่ออาบัติที่ต้อง เช่นเป็น “ปาจิตฺติยํ” “ทุกฺกฏํ” เป็นต้น และเปลี่ยนใช้ “อาวุโส” “ภนฺเต” ไปตามที่เป็นผู้แก่หรืออ่อน]
       ในกรณีที่ยังสงสัยว่าตนได้ต้องอาบัติ ก็พึงปฏิบัติคล้ายอย่างนี้ด้วย แต่ผู้แสดงกล่าวฝ่ายเดียว ดังนี้
       ผู้แสดง: อหํ อาวุโส อิตฺถนฺนามาย อาปตฺติยา เวมติโก, ยทา นิพฺเพมติโก ภวิสฺสามิ, ตทา ตํ อาปตฺตึ ปฏิกริสฺสามิ. (แน่ะเธอ ผมมีความสงสัยในอาบัติชื่อนี้ จักหมดสงสัยเมื่อใด จักทำคืนอาบัตินั้นเมื่อนั้น)
       เมื่อปฏิบัติอย่างนี้แล้ว ก็ทำอุโบสถได้
       อย่างไรก็ดี ตามที่ปฏิบัติกันมากในบัดนี้ แสดงอาบัติตามแบบ ดังนี้
       ก) ผู้แสดงมีพรรษาอ่อนกว่า
       ผู้แสดง: สพฺพา ตา อาปตฺติโย อาโรเจมิ. (3 หน)
                    สพฺพา ครุลหุกา อาปตฺติโย อาโรเจมิ. (3 หน)
                    อหํ ภนฺเต สมฺพหุลา นานาวตฺถุกาโย
                    อาปตฺติโย อาปชฺชึ ตา ตุมฺห มูเล ปฏิเทเสมิ.
       ผู้รับ: ปสฺสสิ อาวุโส ตา อาปตฺติโย.
       ผู้แสดง: อุกาส อาม ภนฺเต ปสฺสามิ.
       ผู้รับ: อายตึ อาวุโส สํวเรยฺยาสิ.
       ผู้แสดง: สาธุ สุฏฺฐุ ภนฺเต สํวริสฺสามิ.
                    ทุติยฺมปิ สาธุ สุฏฺฐุ ภนฺเต สํวริสฺสามิ.
                    ตติยมฺปิ สาธุ สุฏฺฐุ ภนฺเต สํวริสฺสามิ.
                    น ปุเนวํ กริสฺสามิ.
                    น ปุเนวํ ภาสิสฺสามิ.
                    น ปุเนวํ จินฺตยิสฺสามิ.
       ข) ผู้แสดงมีพรรษาแก่กว่า
       ผู้แสดง: สพฺพา ตา อาปตฺติโย อาโรเจมิ. (3 หน)
                    สพฺพา ครุลหุกา อาปตฺติโย อาโรเจมิ. (3 หน)
                    อหํ อาวุโส สมฺพหุลา นานาวตฺถุกาโย
                    อาปตฺติโย อาปชฺชึ ตา ตุมฺห มูเล ปฏิเทเสมิ.
       ผู้รับ: อุกาส ปสฺสถ ภนฺเต ตา อาปตฺติโย.
       ผู้แสดง: อาม อาวุโส ปสฺสามิ.
       ผู้รับ: อายตึ ภนฺเต สํวเรยฺยาถ.
       ผู้แสดง: สาธุ สุฏฺฐุ อาวุโส สํวริสฺสามิ.
                    ทุติยฺมปิ สาธุ สุฏฺฐุ อาวุโส สํวริสฺสามิ.
                    ตติยมฺปิ สาธุ สุฏฺฐุ อาวุโส สํวริสฺสามิ.
                    น ปุเนวํ กริสฺสามิ.
                    น ปุเนวํ ภาสิสฺสามิ.
                    น ปุเนวํ จินฺตยิสฺสามิ.

แสดงผลการค้น ลำดับที่  4 / 7
อาการที่ภิกษุจะต้องอาบัติ ๖ ดู อาบัติ

แสดงผลการค้น ลำดับที่  5 / 7
อาบัติ การต้อง, การล่วงละเมิด, โทษที่เกิดแต่การละเมิดสิกขาบท;
       อาบัติ ๗ คือ ปาราชิก สังฆาทิเสส ถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ ทุพภาสิต;
       อาบัติ ๗ กองนี้จัดรวมเป็นประเภทได้หลายอย่าง
       โดยมากจัดเป็น ๒ เช่น
           ๑. ครุกาบัติ อาบัติหนัก (ปาราชิกและสังฆาทิเสส)
           ๒. ลหุกาบัติ อาบัติเบา (อาบัติ ๕ อย่างที่เหลือ);
       คู่ต่อไปนี้ก็เหมือนกัน คือ
           ๑. ทุฏฐุลลาบัติ อาบัติชั่วหยาบ
           ๒. อทุฏฐุลลาบัติ อาบัติไม่ชั่วหยาบ;
           ๑. อเทสนาคามินี อาบัติที่ไม่พ้นได้ด้วยการแสดง
           ๒. เทสนาคามินี อาบัติที่พ้นได้ด้วยการแสดงคือเปิดเผยความผิดของตน;
       คู่ต่อไปนี้จัดต่างออกไปอีกแบบหนึ่งตรงกันทั้งหมด คือ
           ๑. อเตกิจฉา เยียวยาแก้ไขไม่ได้ (ปาราชิก)
           ๒. สเตกิจฉา เยียวยาแก้ไขได้ (อาบัติ ๖ อย่างที่เหลือ);
           ๑. อนวเสส ไม่มีส่วนเหลือ
           ๒. สาวเสส ยังมีส่วนเหลือ;
           ๑. อัปปฏิกัมม์ หรือ อปฏิกรรม ทำคืนไม่ได้ คือแก้ไขไม่ได้
           ๒. สัปปฏิกัมม์ หรือ สปฏิกรรม ยังทำคืนได้ คือแก้ไขได้
       อาการที่ภิกษุจะต้องอาบัติ มี ๖ อย่าง คือ
           อลชฺชิตา ต้องด้วยไม่ละอาย ๑
           อญฺญาณตา ต้องด้วยไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะเป็นอาบัติ ๑
           กุกฺกุจฺจปกตตา ต้องด้วยสงสัยแล้วขืนทำลง ๑
           อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญิตา ต้องด้วยสำคัญว่าควรในของที่ไม่ควร ๑
           กปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญิตา ต้องด้วยสำคัญว่าไม่ควรในของที่ควร ๑
           สติสมฺโมสา ต้องด้วยลืมสติ ๑

แสดงผลการค้น ลำดับที่  6 / 7
อาบัติชั่วหยาบ ในประโยคว่า “บอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุแก่อนุปสัมบัน”
       อาบัติปาราชิก และอาบัติสังฆาทิเสส;
       ดู ทุฏฐุลลาบัติ

แสดงผลการค้น ลำดับที่  7 / 7
อาบัติที่เป็นโทษล่ำ อาบัติปาราชิกและสังฆาทิเสส


พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์
https://84000.org/tipitaka/dic/v_seek.php?text=อาบัติ
https://84000.org/tipitaka/dic/v_seek.php?text=%CD%D2%BA%D1%B5%D4


บันทึก ๒, ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจาก พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๔๖ บันทึก ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ พิมพ์ครั้งที่ ๓๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]