ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก  หนังสือธรรมะ
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย
มิลินทปัญหา
เปตานัง อุททิสสผลปัญหา ที่ ๘
             ราชา สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ภูมินทราธิบดีมีพระราชโองการตรัสถามว่า ภนฺเต นาคเสน ข้าแต่พระนาคเสนผู้ปรีชา อิเม ทายกา อันว่าทายกทั้งหลายนี้ ย่อมให้ทานแล้วอธิษฐานจิต อุทิศส่วนกุศลว่า ด้วยเดชะที่ข้าพเจ้ากระทำการกุศลครั้งนี้ อิมํ เตสํ ปาปุณาตุ อันว่าผลกุศลนี้ จงได้แก่บิดามารดาญาติกามิตรสหายบุตรภรรยาสามีของข้าพเจ้า ที่ตายไปสู่ปรโลกนั้นเถิด นี่ แหละพระผู้เป็นเจ้า ชนทั้งหลายที่ตายไปสู่ปรโลกนั้น จะได้ผลกุศลที่ทายกอุทิศให้หรือประการใด              พระนาคเสนมีเถรวาจาวิสัชนาว่า มหาราช ขอถวายพระพรบพิตรพระราชสมภาร บางจำพวกก็ได้ บางจำพวกก็ไม่ได้              พระเจ้ามิลินท์ภูมินทราธิบดีมีพระราชโองการตรัสว่า เป็นเหตุอะไรอย่างนั้น พระผู้ เป็นเจ้า              พระนาคเสนจึงวิสัชนาว่า มหาราช ขอถวายพระพรบพิตรพระราชสมภาร ด้วยคน ทั้งหลายที่ตายไปสู่ปรโลกนั้น บางจำพวกไปเกิดในนรก บางจำพวกไปเกิดในสวรรค์เสวยรมย์ ชมสมบัติทิพย์ ติรจฺฉานโยนิคตา บางจำพวกไปเกิดในติรัจฉานกำเนิด เกิดเป็นสัตว์เดียรัจฉาน สัตว์ ๓ จำพวกนี้ ถึงทายกจะแผ่ส่วนบุญกุศลให้ก็ไม่ได้เลย ประการหนึ่ง เป็นอสุรกายก็ดี เป็น ขุปปิปาสิกาเปรตอดข้างอดน้ำก็ดี เป็นนิชฌามตัณหิกเปรตเพลิงไหม้อยู่เป็นนิตย์ก็ดี ๓ จำพวกนี้ ึถึงญาติจะแผ่ส่วนบุญให้ก็ไม่ได้ จะได้อยู่แต่ปรทัตตูปชีวเปรตนั้นจำพวกเดียว ด้วยปรทัตตูปชีวี เปรตนั้น มีชีวิตอยู่ด้วยทายกอุทิศส่วนกุศลให้ ถ้าว่าบิดามารดาคณาญาติมิตรบุตรธิดาสามีตาย ไปสู่ปรโลกนั้น ตายไปเป็นปรทัตตูปชีวีเปรต แม้ทายกอุทิศส่วนบุญให้ก็ได้รับ ถ้าไม่ได้เกิดเป็น ปรทัตตูปชีวีตเปรตแล้ว ถึงทายกแผ่ส่วนบุญให้ก็ไม่ได้ ขอถวายพระพร              สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ภูมินทราธิบดีมีพระราชโองการตรัสว่า ภนฺเต นาคเสน ข้าแต่ พระนาคเสนผู้ปรีชาทานที่ทายกถวายแล้วอุทิศส่วนกุศลให้แก่บิดามารดาเป็นต้นที่ตายไปสู่ ปรโลก ถ้าบิดามารดาเป็นต้นนั้น มิได้เกิดเป็นปรทัตตูปชีวิเปรตก็ไม่ได้แล้ว ผลทานนั้นจะ มิสูญเปล่าหรือ ถ้าว่าญาติบิดามารดาเป็นต้นเกิดเป็นอื่น ผลทานนั้นก็สูญเปล่า ไม่เป็น ประโยชน์นะซิ พระผู้เป็นเจ้า.              พระนาคเสนจึงถวายพระพรว่า มหาราช ขอถวายพระพรบพิตรพระราชสมภาร ผลทาน นั้นจะสูญเปล่าหามิได้ ทายกผู้ให้ทานนั้นก็ได้ผลทานนั้น ขอถวายพระพร              สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ภูมินทราธิบดีมีพระราชโองการตรัสถามว่า ภนฺเต นาคเสน ข้า แต่พระนาคเสนผู้ปรีชา การเณน มํ สญฺญาเปหิ พระผู้เป็นเจ้าจงยังโยมให้รู้โดยอุปมาในกาล บัดนี้เกิด พระผู้เป็นเจ้า              พระนาคเสนจึงมีเถรวาจาว่า มหาราช ขอถวายพระพรบพิตรพระราชสมภารเป็นประเสริฐ ยังมีบุรุษผู้หนึ่งจะไปเยี่ยมญาติของอาตมา ตบแต่งซึ่งสุรามังสะกับโภชนาหาร ขนมของกินแล้ว จึงนำเอาของเหล่านั้นไปฝากตระกูลญาติของอาตมา ก็หาพบปะญาติไม่ เมื่อไม่พบญาติแล้ว จะ เอาของนั้นให้แก่ใครเล่า ของนั้นจะมิหายสูญเปล่าหรือบพิตร              สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ภูมินทราธิบดีมีพระราชโองการตรัสว่า น หิ ภนฺเต ของนั้นจะสูญ ไปหามิได้ ของนั้นก็อยู่กับเจ้าของนั้นแหละ พระผู้เป็นเจ้า              พระนาคเสนจึงมีเถรวาจาว่า มหาราช ขอถวายพระพรบพิตรพระราชสมภาร ความ ประการนี้เปรียบฉันใด ทายกระทำทานอุทิศผลบุญไปให้แก่ญาติของตน เมื่อญาติไม่เป็นปร- ทัตตูปซีวิเปรตแล้ว ผลทานนั้นจะสูญไปหามิได้ ผลทานนั้นไซร้ก็คงได้แก่ทายกผู้ให้ เอวเมว อุปไมยเหมือนบุรุษชายหาของไปเยี่ยมญาตินั้น เมื่อไม่พบแล้ว ของนั้นก็กลับได้แก่บุรุษชายนั้น              อีกประการหนึ่ง ขอถวายพระพรมหาบพิตร เหมือนหนึ่งบุรุษเข้าไปสู่ห้อง เมื่อประตู อื่นนอกจากประตูที่เข้าไม่มีแล้ว บุรุษนั้นจะพึงออกทางไหน ก็จะต้องออกทางประตูที่เข้าไปมิใช่ หรือ ยถา ข้อนี้มีครุวนาฉันใด ทายกที่ให้ทานอุทิศผลไปให้หมู่ญาติ เมื่อหมู่ญาติคือมิได้ไปเกิด เป็นปรทัตตูปชีวีเปรต ผลแห่งทานนั้นก็ย่อมจะกลับมาถึงท่านผู้ให้ เอวํ เอว มีอุปไมยฉันนั้นแล ขอถวายพระพร บพิตรจงทรงทราบดังนี้              สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ภูมินทราธิบดีจึงมีพระราชโองการตรัสว่า สาธุ ภนฺเต ข้าแต่พระ ผู้เป็นเจ้า โยมนี้ไม่สงสัย เข้าใจแล้ว ว่าผลทานทายกให้ญาติที่เป็นเปรต ถ้าว่าไม่ได้ผลทาน กลับได้แก่ทายกเจ้าของทานผู้อุทิศให้ สมฺปฏิจฺฉามิ โยมจะรับถ้อยคำของผู้เป็นเจ้าไว้ในกาล บัดนี้
เปตานัง อุททิสสผลปัญหา คำรบ ๘ จบเพียงนี้

             เนื้อความมิลินทปัญหา หน้าที่ ๔๒๖ - ๔๒๗. http://84000.org/tipitaka/milin/milin.php?i=172              สารบัญมิลินทปัญหา http://84000.org/tipitaka/milin/milin.php?i=0#item_172

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย

บันทึก ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com