หมวดหนังสือธรรมะ
  สมุดภาพพระพุทธประวัติ
ฉบับอนุรักษ์ภาพเขียนทางพระพุทธศาสนา โดย ครูเหม เวชกร
ภาพที่ ๖๓
แล้วเสด็จขึ้นไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อโปรดพระพุทธมารดา

	ภายหลังทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์เสร็จสิ้น    จนพวกเดียรถีย์ที่มาท้าแข่งพ่ายแพ้ไปแล้ว  พระ
พุทธเจ้าทรงมีพุทธดำริถึงจารีตธรรมเนียมของบรรดาพระพุทธเจ้าทั้งหลายในปางก่อนว่า    เมื่อทรงแสดง
ยมกปาฏิหาริย์แล้ว   เสด็จทรงจำพรรษา  ณ  ที่ใด  ก็ทรงทราบได้ด้วยพุทธญาณว่าทรงจำพรรษาที่สวรรค์
ชั้นดาวดึงส์

	ปฐมสมโพธิลำดับการเสด็จจำพรรษาของพระพุทธเจ้าไว้ว่า   ในพรรษาที่  ๗   (นับแต่ตรัสรู้
เป็นต้นมา)  ได้เสด็จจำพรรษาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์

	ตามนิยายท้องเรื่องทั้งจากปฐมสมโพธิ   และข้อเขียนโดยนักเขียนทางศาสนาพุทธอื่นๆ   ยุค
หลังพระพุทธเจ้านิพพานแล้ว  ที่เรียกกันว่า  'อรรถกถา'   กล่าวตรงกันว่า  เหตุที่พระพุทธเจ้าเสด็จจำพรร
ษาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์   ก็เพราะทรงต้องการจะแสดงธรรมโปรดพุทธมารดา  คือ   พระนางสิริมหามายา  
ซึ่งเมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว  เสด็จบังเกิดที่สวรรค์ชั้นดุสิต

	พระพุทธเจ้าเสด็จประทับจำพรรษาที่โคนต้นปาริฉัตร   ต้นไม้สวรรค์   มีผู้แปลกันว่า   ได้แก่  
ต้นทองหลาง  ผิดถูกอย่างไรไม่ทราบ  ภายใต้ต้นไม้สวรรค์นี้มีแท่นแผ่นหิน ปูลาดด้วยผ้ากัมพลสีแดง  เรียก
ว่า  'บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์'

	พระอินทร์จอมเทพได้ทรงทราบว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาทรงจำพรรษาที่นี้     ก็ทรงป่าวประ
กาศหมู่เทพยดาในสรวงสวรรค์ให้มาร่วมชุมนุม  เพื่อฟังธรรมพระพุทธเจ้า  ปฐมสมโพธิว่า  เสียงป่าวประ
กาศของพระอินทร์นั้น  ดังปกแผ่ทั่วไปในสกลเทพยธานีทั้งหมื่นโยชน์  เทพเจ้าทั้งปวงได้สดับก็บังเกิดโสม
นัสพิศวง  ต่างองค์ร้องเรียกซึ่งกันและกันต่อๆ  กันไปจนตลอดถึงหมื่นจักรวาล 

	แม้พระนางสิริมหามายาพุทธมารดา  ซึ่งทรงอยู่ในเพศเทพบุตรในสวรรค์ชั้นดุสิตก็ได้เสด็จ
มาฟังธรรมพระพุทธเจ้า  พระพุทธเจ้าทรงแสดงอภิธรรมโปรดพุทธมารดาตลอดพรรษา   พุทธมารดาได้
สดับแล้วทรงบรรลุโสดาปัตติผลในที่สุด    ส่วนเทพนอกนั้นอีกจำนวนมาก    ได้บรรลุมรรคผลตามสมควร
อุปนิสัยแห่งตน
_________________________________________
บันทึก  ๒๘  ตุลาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๕
ติดต่อ : DhammaPerfect@hotmail.com