หมวดหนังสือธรรมะ
  สมุดภาพพระพุทธประวัติ
ฉบับอนุรักษ์ภาพเขียนทางพระพุทธศาสนา โดย ครูเหม เวชกร
ภาพที่ ๖๔
ถึงวันมหาปวารณา เสด็จลงจากดาวดึงส์โดยบันไดแก้ว บันไดทอง บันไดเงิน

	ภาพที่เห็นนั้น  เป็นตอนพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลก  คือ  จากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  เมื่อภาย
หลังเสด็จจำพรรษาที่สวรรค์ชั้นดังกล่าวเพื่อแสดงธรรมโปรดพุทธมารดาแล้ว วันที่เสด็จลงคือวันออกพรรษา  
เมืองที่เสด็จลงคือเมืองสังกัสนคร   เสด็จลงตรงประตูเมือง  พระบาทแรกที่ทรงเหยียบพื้นโลกนั้น    ต่อมาได้
กลายเป็นสถานที่ระลึกเรียกว่า  'อจลเจดีย์'   เรียกอย่างไทยเราก็ว่า  'รอยพระพุทธบาท'  ตามตำนานว่าที่นี่เป็น
ที่แห่งหนึ่งซึ่งมีรอยพระพุทธบาทปรากฎอยู่

	ก่อนพระพุทธเจ้าเสด็จลง    เทพเจ้าคือพระอินทร์ได้เนรมิตบันได  ๓  บันไดเป็นที่เสด็จลง  คือ
บันไดทอง  บันไดเงิน  และบันไดแก้วมณี    บันไดทองสำหรับหมู่เทพลงอยู่ด้านขวา  บันไดเงินอยู่ด้านซ้ายสำ
หรับท้าวมหาพรหม   และบันไดแก้วมณีอยู่ตรงกลางสำหรับพระพุทธเจ้า   หัวบันไดแต่ละอันพาดที่เขาสิเนรุ  
เชิงบันไดทอดลงยังประตูเมืองสังกัสนคร

	หมู่คนทางเบื้องขวาของพระพุทธเจ้าอย่างที่เห็นในภาพ   จึงคือหมู่เทพที่ตามส่งเสด็จ   เบื้อง
ซ้ายผู้ถือฉัตรกั้นถวายพระพุทธเจ้าคือท้าวมหาพรหม    ผู้อุ้มบาตรนำเสด็จพระพุทธเจ้าคือพระอินทร์    ผู้ถือ
พิณบรรเลงถัดมาคือปัญจสิงขรคนธรรพ์เทพบุตร  ถัดมาเบื้องขวาคือมาตุลีเทพบุตร  ซึ่งถือพานดอกไม้ทิพย์
โปรยปรายนำทางเสด็จพุทธดำเนิน

	พระพุทธเจ้าทรงเป็นวิสุทธิเทพผู้บริสุทธิ์        นักเขียนศาสนาพุทธรุ่นต่อมาจึงถวายพระนาม
เฉลิมพระเกียรติอย่างหนึ่งว่า  'เทวาติเทพ'  แปลว่า  ทรงเป็นเทพยิ่งกว่าเทพทุกชั้น   เทพต่างๆ ที่คนอินเดีย
ในสมัยนั้นนับถือกัน  เช่น  พระอินทร์  และท้าวมหาพรหม  เป็นต้น

	คนผู้นับถือศาสนาพุทธในเมืองไทย  ถือกันว่าวันออกพรรษาเป็นวันสำคัญวันหนึ่ง   จึงนิยมทำ
บุญตักบาตรกันในวันนี้   เพราะถือว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเคยเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์    เรียกการตัก
บาตรนี้ว่า  'ตักบาตรเทโว'    ย่อมาจากเทโวโรหณะ  แปลว่า  ตักบาตรเนื่องในวันคล้ายวันพระพุทธเจ้าเสด็จ
ลงจากเทวโลกนั่นเอง
_________________________________________
บันทึก  ๒๘  ตุลาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๕
ติดต่อ : DhammaPerfect@hotmail.com