หมวดหนังสือธรรมะ
  สมุดภาพพระพุทธประวัติ
ฉบับอนุรักษ์ภาพเขียนทางพระพุทธศาสนา โดย ครูเหม เวชกร
ภาพที่ ๖๕
ครั้นแล้วก็ทรงเปิดโลก บันดาลให้เทวดา มนุษย์ และสัตว์นรกแลเห็นซึ่งกันและกัน

	วันที่พระพุทธองค์เสด็จลงจากดาวดึงส์นั้น  พระองค์ได้แสดงปาฏิหาริย์อีกครั้งหนึ่ง  คือขณะ
ที่พระองค์ประทับยืนอยู่ที่บันไดแก้ว    ทรงทอดพระเนตรไปทางทิศเบื้องบน    เทวโลกและพรหมโลกก็เปิด
มองเห็นโล่ง  เมื่อทรงทอดพระเนตรไปในทิศเบื้องต่ำ นิรยโลกทั้งหลายก็เปิดโล่ง  ในครั้งนั้น สวรรค์  มนุษย์ 
และสัตว์นรก  ต่างก็เห็นซึ่งกันและกันทั่วจักรวาล

	ภาพนี้อยู่ในเหตุการณ์ตอนเดียวกับวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  เรียกเหตุ
การณ์ตอนนี้ว่าพระพุทธเจ้าทรงเปิดโลก  โลกที่ทรงเปิดในเหตุการณ์คราวนี้มี  ๓  โลก  คือ  เทวโลก   มนุษย
โลก  และยมโลก

	เทวโลก  หมายถึง  ตั้งแต่พรหมโลกลงมาจนถึงสวรรค์ทุกชั้น   มนุษย์โลกก็คือโลกมนุษย์   และ
ยมโลกซึ่งอยู่ทางเบื้องต่ำ  คือ  นรกทุกขุมจนกระทั่งถึงอเวจีมหานรก

	พระพุทธเจ้าขณะเสด็จลงจากสวรรค์  ทอดพระเนตรดูเบื้องบนโลกทั้งมวลตั้งแต่มนุษย์ก็สว่าง
โล่งขึ้นไปถึงเทวโลก  เมื่อทรงเหลียวไปรอบทิศรอบด้านสากลจักรวาลก็โล่งถึงกันหมด และเมื่อทอดพระเนตร
ลงเบื้องล่าง  ความสว่างก็เปิดโล่งลงไปถึงนรกทุกขุม

	ผู้อาศัยอยู่ในสามโลกต่างมองเห็นกัน   มนุษย์เห็นเทวดา   เทวดาเห็นมนุษย์   มนุษย์และเทวดา
เห็นสัตว์นรก  สัตว์นรกเห็นเทวดาและมนุษย์ แล้วต่างเหลียวมองดูพระพุทธเจ้าผู้เสด็จลงจากสวรรค์ด้วยพระ
เกียรติยศอันยิ่งใหญ่

	คัมภีร์ธรรมบทที่พระพุทธโฆษาจารย์เป็นผู้แต่งบอกว่า "วันนี้คนทั้งสามโลกได้เห็นแล้ว  ที่ไม่
อยากเป็นพระพุทธเจ้านั้นไม่มีเลยสักคน"  ปฐมสมโพธิพรรณนาไว้ยิ่งกว่านี้เสียอีก  คือว่า

	"ครั้งนั้นเทพยดามนุษย์แลสัตว์เดรัจฉาน กำหนดที่สุดมดดำมดแดง  ซึ่งได้เห็นองค์พระชินสีห์  
แลสัตว์คนใดคนหนึ่งซึ่งจะมิได้ปรารถนาพุทธภูมินั้นมิได้มีเป็นอันขาด"

	พุทธภูมิ  คือ  ความเป็นพระพุทธเจ้า
_________________________________________
บันทึก  ๒๘  ตุลาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๕
ติดต่อ : DhammaPerfect@hotmail.com