หมวดหนังสือธรรมะ
  สมุดภาพพระพุทธประวัติ
ฉบับอนุรักษ์ภาพเขียนทางพระพุทธศาสนา โดย ครูเหม เวชกร
ภาพที่ ๗๘
พอพระมหากัสสปถวายบังคมบาทพระพุทธศพ เพลิงสวรรค์ก็บันดาล ลุกโชติช่วง

	เมื่อพระพุทธเจ้านิพพานแล้ว     ทางคณะสงฆ์และทางบ้านเมือง   คือ  เจ้ามัลลกษัตริย์ผู้ครอง
เมืองกุสินารา  ได้ทำพิธีสักการบูชาพระศพพระพุทธเจ้าอยู่เป็นเวลาถึง  ๖  วัน    ในวันที่  ๗  จึงเชิญพระศพ
เป็นขบวนไปทางทิศเหนือของเมือง   ผ่านใจกลางเมือง   แล้วเชิญพระศพไปมกุฏพันธนเจดีย์   ที่อยู่ทางด้าน
ทิศตะวันออกของเมือง  เพื่อถวายพระเพลิง  วันที่กำหนดจะถวายพระเพลิงนั้น  ตรงกับวันแรม  ๘  ค่ำเดือน  
๖  ซึ่งทุกวันนี้ทางเมืองไทยเราถือว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่ง  เรียกว่า  'วันอัฐมีบูชา'

	ผู้เชิญหรือหามพระศพพระพุทธเจ้า   เรียกว่า  'มัลลปาโมกข์'   มีจำนวน  ๘  นาย   แต่ละนาย
รูปร่างใหญ่กำยำล่ำสัน  มีกำลังมาก  'มัลลปาโมกข์'  แปลว่า  หัวหน้านักมวยปล้ำ

	พระศพพระพุทธเจ้าห่อด้วยผ้าใหม่  ที่ปฐมสมโพธิบอกจำนวนไว้ว่ามีถึง  ๕๐๐  ชั้น  ถอดเอา
ใจความว่ามีหลายชั้นนั่นเอง  แต่ละชิ้นซับด้วยสำลี  แล้วเจ้าหน้าที่เชิญลงประดิษฐานในหีบทองที่เต็มไปด้วย
น้ำหอม  แล้วปิดฝาครอบไว้  แล้วเชิญขึ้นจิตกาธานที่ทำด้วยไม้หอมหลายชนิด

	พอได้เวลาเจ้าหน้าที่ได้จุดไฟขึ้นทั้ง  ๔   ด้าน   ตำนานว่าจุดเท่าไรไฟก็ไม่ติด    เจ้าหน้าที่ทาง
บ้านเมืองจึงเรียนถามพระอนุรุทธ์  (พระอนุรุทธ์เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้มีทิพยจักษุ  มีศักดิ์เป็นพระอนุชาของ
พระพุทธเจ้าเป็นพระสาวกได้สำเร็จพระอรหันต์) พระอนุรุทธ์จึงแจ้งให้ทราบว่า  เป็นเพราะเทพเจ้าต้องการ
ให้รอพระมหากัสสป  ซึ่งกำลังเดินทางมายังไม่ถึงได้ถวายบังคมพระศพเสียก่อน    ต่อมาเมื่อพระมหากัสสป
พร้อมด้วยพระสงฆ์บริวารเดินทางมาถึง     ได้ถวายบังคมพระศพพระพุทธเจ้าแล้ว    จึงเกิดเพลิงทิพย์ด้วย
เทวาฤทธานุภาพ

	ภายหลังจากนั้น  เพลิงได้ไหม้พระสรีระของพระพุทธเจ้าจนหมดสิ้น  เหลืออยู่แต่พระอัฐิ  พระ
เกศา  พระทนต์  และผ้าอีกคู่หนึ่ง  พระพวกมัลลกษัตริย์ได้นำน้ำหอมหลั่งลงดับถ่านไฟที่จิตกาธาน    แล้วเชิญ
พระบรมสารีริกธาตุไปประดิษฐานไว้ที่สัณฐาคารศาลา  คือหอประชุมกลางเมือง  รอบหอประชุมนั้นจัดทหาร
ถืออาวุธพร้อมสรรพคอยพิทักษ์รักษา  และทำสักการบูชาด้วยฟ้อนรำ   ดนตรี  ประโคมขับ   และดอกไม้นานา
ประการ  และมีนักขัตฤกษ์เอิกเกริกกึกก้องฉลองถึง  ๗  วันเป็นกำหนด
_________________________________________
บันทึก  ๒๘  ตุลาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๕
ติดต่อ : DhammaPerfect@hotmail.com