ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
พระไตรปิฎก
 หน้า
 แสดง
หน้า
พระไตรปิฏกเล่มที่ ๓๐ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๒ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส

หน้าที่ ๓๒-๓๓.


                                                                 พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส [ปารายนวรรค]

                                                                 ๒. มาณวปัญหา ๑๔. โปสาลมาณวปัญหา

๑๔. โปสาลมาณวปัญหา๑-
ว่าด้วยปัญหาของโปสาลมาณพ
[๑๓๗] (ท่านโปสาละทูลถาม ดังนี้) พระผู้มีพระภาคพระองค์ใด ไม่มีตัณหาเหตุให้หวั่นไหว ตัดความสงสัยได้แล้ว ทรงแสดงอดีตธรรม ข้าพระองค์มีปัญหาที่จะทูลถาม จึงมาเฝ้าพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ผู้ทรงถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งปวง (๑) [๑๓๘] (ท่านโปสาละทูลถามว่า) ข้าแต่พระองค์ผู้สักกะ ข้าพระองค์ขอทูลถามถึงญาณ ของบุคคลผู้ไม่มีรูปสัญญา ผู้ละรูปกายได้ทั้งหมด ผู้พิจารณาทั้งภายในและภายนอกเห็นว่าไม่มีอะไร บุคคลผู้เป็นเช่นนั้น ควรแนะนำอย่างไร (๒) [๑๓๙] (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า โปสาละ) ตถาคตรู้ยิ่งซึ่งวิญญาณัฏฐิติทั้งหมด รู้จักบุคคลนั้นผู้ดำรงอยู่ ผู้น้อมไปแล้ว ผู้มีอากิญจัญญายตนสมาบัตินั้นเป็นที่มุ่งหมาย (๓) [๑๔๐] (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า) บุคคลนั้นรู้กัมมาภิสังขารว่าเป็นเหตุเกิด แห่งอากิญจัญญายตนสมาบัติ รู้อรูปราคะว่ามีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องผูกไว้ @เชิงอรรถ : @ ดูคำอธิบายในหน้า ๒๘๓-๒๙๗ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๐ หน้า : ๓๒}

                                                                 พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส [ปารายนวรรค]

                                                                 ๒. มาณวปัญหา ๑๕. โมฆราชมาณวปัญหา

ครั้นรู้กรรมนั้นอย่างนี้แล้ว ออกจากสมาบัตินั้น เห็นแจ้งธรรมที่เกิดในสมาบัตินั้น ญาณนี้ของพราหมณ์ผู้อยู่จบพรหมจรรย์นั้น เป็นญาณอันแท้จริง (๔)
โปสาลมาณวปัญหาที่ ๑๔ จบ
๑๕. โมฆราชมาณวปัญหา๑-
ว่าด้วยปัญหาของโมฆราชมาณพ
[๑๔๑] (ท่านโมฆราชทูลถาม ดังนี้) ข้าพระองค์ได้ทูลถามพระองค์ผู้สักกะ ๒ ครั้งแล้ว พระผู้มีพระภาคผู้มีพระจักษุ มิได้ทรงพยากรณ์แก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์รับทราบมาว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นเทพฤๅษี (ถ้าผู้ใดถามปัญหา) ถึง ๓ ครั้ง จะทรงพยากรณ์ (๑) [๑๔๒] (ท่านโมฆราชทูลถามว่า) โลกนี้ โลกอื่น พรหมโลกพร้อมทั้งเทวโลก ย่อมไม่ทราบชัดความเห็นของพระองค์ ผู้โคตมโคตร ผู้มีพระยศ (๒) [๑๔๓] (ท่านโมฆราชทูลถามว่า) ข้าพระองค์มีปัญหาที่จะทูลถามจึงมาเฝ้าพระองค์ ผู้ทรงมีปกติเห็นธรรมอันงามอย่างนี้ บุคคลพิจารณาเห็นโลกอย่างไร มัจจุราชจึงไม่เห็น (๓) @เชิงอรรถ : @ ดูคำอธิบายในหน้า ๒๙๘-๓๒๓ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๐ หน้า : ๓๓}

เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับ มจร. เล่มที่ ๓๐ หน้าที่ ๓๒-๓๓. http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/read_page.php?book=30&page=32&pages=2&edition=mcu ศึกษาพระสูตร (เนื้อความ) นี้แยกตามสารบัญ :- http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_read.php?B=30&A=893 http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_line.php?B=30&A=893#p32



จบการแสดงผล หน้าที่ ๓๒-๓๓.

บันทึก ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๙. การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com