ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
     ฉบับภาษาไทย   บาลีอักษรไทย   บาลีอักษรโรมัน 
อ่านหัวข้อแรกอ่านหัวข้อที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหัวข้อถัดไปอ่านหัวข้อสุดท้าย
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑
             [๑๔๕๓] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย?
             ถูกแล้ว.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัยหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย แต่จะไม่กำหนด
รู้มานานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย แต่จะไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค
๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัยหรือ?
             บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย.
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัยก็หาไม่  บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ
อวิชชานุสัยหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย แต่จะไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค
๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย แต่จะไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค
๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย.
             [๑๔๕๔] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
มานานุสัยหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้
มานานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก
ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย.
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้มานานุสัย แต่จะไม่กำหนด
รู้ปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก
ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย หรือ?
             บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนด
รู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย แต่จะ
ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ
อวิชชานุสัยหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย แต่จะไม่กำหนด
รู้อวิชชานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก
ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัยหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย แต่จะไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒
จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย.
             [๑๔๕๕] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐา-
*นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ?
             บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนด
รู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
มานานุสัย?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่
กำหนดรู้มานานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัต-
*มรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้น ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ
อวิชชานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
มานานุสัย?
             ถูกแล้ว.
             [๑๔๕๖] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ทิฏฐานุสัย?
             ถูกแล้ว ฯลฯ.
             [๑๔๕๗] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค
และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-
*นุสัย?
             บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนด
รู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย.
             [๑๔๕๘] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย บุคคลนั้น ไม่กำหนดรู้อวิชชา-
*นุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคา-
*นุสัย?
             ถูกแล้ว.
             [๑๔๕๙] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้มานานุสัยหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆา-
*นุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้มานานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา-
*นุสัย และปฏิฆานุสัย?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย แต่จะไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด
รู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ?
             บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-
*นุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคล
ที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อม-
*เพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคา
นุสัย และปฏิฆานุสัย.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด
รู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆา-
*นุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชา-
*นุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา-
*นุสัย และปฏิฆานุสัย?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย แต่จะไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย.
             [๑๔๖๐] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ?
             บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย แต่จะไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค
๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย และไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และ
มานานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่จะไม่
กำหนดรู้มานานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒
จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และ
มานานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมกำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย.
             [๑๔๖๑] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย
แต่จะไม่กำหนดรู้มานานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
มรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ฯลฯ.
             [๑๔๖๒] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา-
*นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย?
             บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย แต่
จะไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค
ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และจะไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย.
             [๑๔๖๓] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย?
             บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ภวราคานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ
ภวราคานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย.
             [๑๔๖๔] บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
จากที่นั้น?
             บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม.
             บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น
หรือ?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่
กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ใน
อรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จาก
ที่นั้นหรือ?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่
กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
จากที่นั้น?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม.
             บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น
หรือ?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ
แต่จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๔๖๕] บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย
จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉา-
*นุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมกำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             บุคคล ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น
หรือ?
             บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย
จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม.
             บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น
หรือ?
             บุคคลไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๔๖๖] บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-
*นุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย
จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น
หรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย
จากที่นั้น?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่
กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม.
             บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น
หรือ?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จาก
ที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๔๖๗] บุคคลไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย
จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว. ฯลฯ.
             [๑๔๖๘] บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย
จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             บุคคลไม่รู้กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จาก
ที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-
*นุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๔๖๙] บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่จะไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในอริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย
จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๔๗๐] บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่
กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ใน
อรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่
จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย ไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ใน
อรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ใน
อรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย และย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา
แต่จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ
ในอปริยาปันนธรรม.
             บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๔๗๑] บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด
ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด
ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือ
ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือในอปริยาปันนธรรม.
             บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด
ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๔๗๒] บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว ฯลฯ.
             [๑๔๗๓] บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือ
ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย  มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๔๗๔] บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๔๗๕] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนด
รู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และไม่กำหนดรู้มานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และ
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคา-
*นุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ใน
รูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา-
*นุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และ
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             [๑๔๗๖] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ใน
รูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น
ก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย
ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และ
ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐา-
*นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-
*นุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคา-
*นุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคา-
*นุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และ
ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชา-
*นุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ใน
รูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จาก
ที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และ
ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             [๑๔๗๗] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนด
รู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด
รู้มานานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ใน-
*รูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น
ก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และ
ไม่กำหนดรู้มานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคา-
*นุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
มานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชา-
*นุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชา-
*นุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผ็้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อม
ไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใดไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๔๗๘] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด
รู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว ฯลฯ.
             [๑๔๗๙] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่-
*กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด
รู้ในวิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิกิจฉานุสัย และไม่
กำหนดภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นย่อมไม่
กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และ
ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง?
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ใน
รูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉา-
*นุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ในวิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้น
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิกิจฉานุสัย และ
ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด
รู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้-
*วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             [๑๔๘๐] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด
รู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๔๘๑] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ใน
รูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่
กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ใน
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ในกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้
มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒  ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล
นั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้มานานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย ไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด  บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่
กำหนดดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆนุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล
นั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จาก
ที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จาก
ที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ในภวราคานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น
ก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคา-
*นุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ใน
รูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา-
*นุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และกามราคานุสัย จาก
ที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้
ก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น
ก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             [๑๔๘๒] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จาก
ที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลนั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย และไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒
จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย และไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีควมพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลน้น ย่อมไม่
กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้
กามราคานุสย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ
ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหรดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้
วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีควมพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ภวราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ใน
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒
ในกามธาตุ  บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคน้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย
กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น
จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ใน
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความ
ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จาก
ที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคล
ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา-
*นุสัย และปฏิฆานุสัย และมานานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีควมพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ใน
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค
๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
ในที่ทั้งปวง.
             [๑๔๘๓] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลผู้มีควมพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่
กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานนุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลนั้นจะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้
ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่
กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคน้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่
กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ใน
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ในที่ทั้งปวง ฯลฯ.
             [๑๔๘๔] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
*นุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคที่ ๔ นั้น จะไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จาที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนด
รู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไมกำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลนั้นจะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่
กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น
ก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค
๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความ
ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะ
ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
*นุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย  และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด
รู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล
ที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จาที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้รู้กามราคา-
*นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนา-
*คามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
*นุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลนั้นนั่นแหละ จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่
กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจนุสัย จากที่นั้น
บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อม
ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             [๑๔๙๕] ๑- บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
*นุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย
จากที่นั้น หรือ.
@๑. ข้อนี้ ตัวเลขในฉบับบาลีข้ามเป็น ๑๔๙๕ ที่ถูกเป็น ๑๔๘๕ และข้อต่อๆ ไป ก็คลาดเคลื่อนไปตามๆ กัน แต่
@จะแก้ในชั้นนี้ไม่ได้ จะทำให้ยุ่งยากแก่การตรวจสอบฉบับภาษาบาลีกับภาษาไทย ฉะนั้นจึงต้องคงไว้ตาม
@ฉบับภาษาบาลี
             บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้
ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้องเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา-
*นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้
อวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จาก
ที่นั้น?
             บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น
ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานถุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนด
รู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จาก
ที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรคนั้น ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนด
รู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่กำหนดรู้กามราคา-
*นุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยา-
*ปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค  ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดอวิชชานุสัย
ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
ในที่ทั้งปวง.
ปริญญาวาร จบ.

             เนื้อความพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๘ บรรทัดที่ ๑๕๘๔๙-๑๖๗๖๗ หน้าที่ ๖๒๗-๖๖๓. https://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=38&A=15849&Z=16767&pagebreak=0 https://84000.org/tipitaka/read/byitem.php?book=38&item=1453&items=43              อ่านโดยใช้เครื่องหมาย [เลขข้อ] เป็น เกณฑ์แบ่งข้อ :- https://84000.org/tipitaka/read/byitem.php?book=38&item=1453&items=43&mode=bracket              อ่านเทียบพระไตรปิฎกภาษาบาลีอักษรไทย :- https://84000.org/tipitaka/pali/pali_item.php?book=38&item=1453&items=43              อ่านเทียบพระไตรปิฎกภาษาบาลีอักษรโรมัน :- https://84000.org/tipitaka/read/roman_item.php?book=38&item=1453&items=43              ศึกษาอรรถกถานี้ที่ :- https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=38&i=1453              สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๘ https://84000.org/tipitaka/read/?index_38 https://84000.org/tipitaka/english/?index_38

อ่านหัวข้อแรกอ่านหัวข้อที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหัวข้อถัดไปอ่านหัวข้อสุดท้าย

บันทึก ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖. บันทึกล่าสุด ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙. การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎก ฉบับหลวง. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]