ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ] สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต]

๓. นานติตถิยวรรค ๕. ชันตุสูตร

๕. ชันตุสูตร
ว่าด้วยชันตุเทพบุตร
[๑๐๖] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง ภิกษุจำนวนมากอยู่ในกุฎีป่า ข้างภูเขาหิมพานต์ แคว้นโกศล เป็นผู้ ฟุ้งซ่าน ถือตัว โลเล ปากกล้า พูดพร่ำเพรื่อ หลงลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ มีจิตกวัดแกว่ง ไม่สำรวมอินทรีย์ ครั้นในวันอุโบสถ ๑๕ ค่ำ ชันตุเทพบุตรเข้าไปหาภิกษุเหล่านั้นถึงที่อยู่ ได้กล่าว กับภิกษุเหล่านั้นด้วยคาถาทั้งหลายว่า ในกาลก่อน พวกภิกษุสาวกของพระโคดม เป็นอยู่เรียบง่าย ไม่มักมากการแสวงหาบิณฑบาต ไม่มักมากที่นอนที่นั่ง ท่านรู้ว่าสิ่งทั้งปวงในโลกเป็นของไม่เที่ยง จึงกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ ส่วนท่านเหล่านี้ ทำตนเป็นคนเลี้ยงยาก กินๆ แล้วก็นอนเหมือนคนที่โกงชาวบ้าน หมกมุ่นอยู่ในเรือนของคนอื่น ข้าพเจ้าทำอัญชลีต่อสงฆ์แล้ว ขอพูดกับท่านบางพวกในที่นี้ว่า พวกท่านถูกเขาทอดทิ้งแล้ว เป็นคนอนาถาเหมือนเปรต ข้าพเจ้ากล่าวหมายเอาบุคคลพวกที่ประมาทอยู่ ส่วนท่านเหล่าใดไม่ประมาท ข้าพเจ้าขอนอบน้อมท่านเหล่านั้น๑-
ชันตุสูตรที่ ๕ จบ
เชิงอรรถ : ดูเทียบคาถาข้อ ๒๓๓ หน้า ๓๓๔ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๑๗}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๑๕ หน้าที่ ๑๑๗. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=15&siri=106                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=15&A=1947&Z=1965                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=15&i=293                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu15


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :