ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ] สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑๑. สักกสังยุต]

๒. ทุติยวรรค ๑๐. ตติยสักกนมัสสนสูตร

๑๐. ตติยสักกนมัสสนสูตร
ว่าด้วยการนอบน้อมของท้าวสักกะ สูตรที่ ๓
[๒๖๖] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี “ภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ท้าวสักกะจอมเทพได้ตรัสกับมาตลีสังคาหก- เทพบุตรว่า ‘สหายมาตลี ท่านจงจัดเตรียมรถซึ่งเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว เราจะไปยังพื้นที่อุทยานเพื่อชมภูมิภาคอันงดงาม’ มาตลีสังคาหกเทพบุตรทูลรับพระดำรัสแล้ว จัดเตรียมรถซึ่งเทียมด้วยม้า อาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว เสร็จแล้วกราบทูลแก่ท้าวสักกะจอมเทพว่า ‘ข้าแต่พระองค์ ผู้นิรทุกข์ รถซึ่งเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว สำหรับพระองค์จัดเตรียมไว้ เสร็จแล้ว ขอพระองค์ทรงทราบกาลอันควรในบัดนี้เถิด’ ได้ทราบว่า ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมเทพขณะเสด็จลงจากเวชยันต์ปราสาท ทรงประนมมือนอบน้อมภิกษุสงฆ์อยู่ ครั้งนั้น มาตลีสังคาหกเทพบุตรได้ทูลถามท้าว สักกะจอมเทพด้วยคาถาว่า นรชนผู้นอนทับกายอันเปื่อยเน่าเหล่านี้ นอบน้อมพระองค์เท่านั้น พวกเขาจมอยู่ในซากศพ๑- เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยความหิวและความกระหาย ข้าแต่ท้าววาสวะ เพราะเหตุไรหนอ พระองค์จึงทรงโปรดปรานท่านผู้ไม่มีเรือนเหล่านั้น ขอพระองค์ตรัสบอกมรรยาทของฤๅษีทั้งหลาย ข้าพระองค์ขอฟังพระดำรัสของพระองค์ พระเจ้าข้า เชิงอรรถ : จมอยู่ในซากศพ ในที่นี้หมายถึงอยู่ในท้องของมารดา ๑๐ เดือน (สํ.ส.อ. ๑/๒๖๖/๓๓๕, สํ.ฏีกา ๑/๒๖๖/๓๖๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๘๘}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑๑. สักกสังยุต]

๒. ทุติยวรรค ๑๐. ตติยสักกนมัสสนสูตร

ท้าวสักกะตรัสตอบว่า มาตลี เราโปรดปรานมรรยาท ของท่านผู้รู้ที่ไม่มีเรือนเหล่านั้น เพราะท่านเหล่านั้นเป็นผู้ไม่มีความห่วงใย ในบ้านที่ท่านจากไป บุคคลผู้จะเก็บข้าวเปลือก ของท่านเหล่านั้นไว้ในฉางก็ไม่มี จะเก็บไว้ในหม้อก็ไม่มี จะเก็บไว้ในกระเช้าก็ไม่มี ท่านเหล่านั้นมีวัตรงาม แสวงหาอาหารที่ผู้อื่นทำเสร็จแล้ว เยียวยาอัตภาพด้วยอาหารนั้น ท่านเหล่านั้นเป็นนักปราชญ์ กล่าวคำสุภาษิต เป็นผู้สงบ ประพฤติสม่ำเสมอ มาตลี พวกเทวดายังโกรธกับอสูร และสัตว์เป็นอันมากยังโกรธซึ่งกันและกัน เมื่อเขายังโกรธกัน แต่ท่านเหล่านั้นไม่โกรธ ดับ(ความโกรธ)เสียได้ในบุคคลผู้มีอาชญาในตน เมื่อชนทั้งหลายยังมีความถือมั่น ท่านเหล่านั้นไม่ถือมั่น มาตลี เราจึงนอบน้อมท่านเหล่านั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๘๙}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑๑. สักกสังยุต]

๒. ทุติยวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค

มาตลีสังคาหกเทพบุตรกราบทูลว่า ข้าแต่ท้าวสักกะ ได้ยินว่า พระองค์ทรงนอบน้อมบุคคลเหล่าใด บุคคลเหล่านั้นเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก ข้าแต่ท้าววาสวะ พระองค์ทรงนอบน้อมบุคคลเหล่าใด แม้ข้าพระองค์ก็ขอนอบน้อมบุคคลเหล่านั้นเหมือนกัน ท้าวมฆวาสุชัมบดีเทวราช ผู้เป็นประมุข ครั้นตรัสดังนี้แล้ว ทรงนอบน้อมภิกษุสงฆ์ เสด็จขึ้นราชรถกลับไป”
ตติยสักกนมัสสนสูตรที่ ๑๐ จบ
วรรคที่ ๒ จบ
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปฐมเทวสูตร ๒. ทุติยเทวสูตร ๓. ตติยเทวสูตร ๔. ทฬิททสูตร ๕. รามเณยยกสูตร ๖. ยชมานสูตร ๗. วันทนาสูตร ๘. ปฐมสักกนมัสสนสูตร ๙. ทุติยสักกนมัสสนสูตร ๑๐. ตติยสักกนมัสสนสูตร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๙๐}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๑๕ หน้าที่ ๓๘๘-๓๙๐. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=15&siri=266                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=15&A=7613&Z=7659                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=15&i=938                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu15


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :