ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๒ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
๕. พาลวรรค
หมวดว่าด้วยคนพาลและบัณฑิต
[๙๙] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวกนี้ คนพาล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่ทำหน้าที่ซึ่งยังมาไม่ถึง ๒. คนที่ไม่ทำหน้าที่ซึ่งมาถึงแล้ว คนพาล ๒ จำพวกนี้แล (๑) เชิงอรรถ : ธาตุ หมายถึงสิ่งที่ทรงสภาวะของตนอยู่เองตามที่เหตุปัจจัยปรุงแต่งขึ้น ไม่มีผู้สร้างผู้บันดาล มี ๑๘ คือ จักขุธาตุ รูปธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ โสตธาตุ สัททธาตุ โสตวิญญาณธาตุ ฆานธาตุ คันธธาตุ ฆานวิญญาณธาตุ ชิวหาธาตุ รสธาตุ ชิวหาวิญญาณธาตุ กายธาตุ โผฏฐัพพธาตุ กายวิญญาณธาตุ มโนธาตุ ธรรมธาตุ มโนวิญญาณธาตุ (อภิ.วิ.๓๕/๑๘๔/๑๐๒, วิสุทฺธิ. ๓/๖๕ ) อาบัติ ในที่นี้หมายถึงกองอาบัติ ๕ ที่มาในมาติกา คือ ปาราชิก สังฆาทิเสส ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ และกองอาบัติ ๗ ที่มาในวิภังค์ คือ ปาราชิก สังฆาทิเสส ถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ ทุพภาสิต (องฺ.ทุก.อ. ๒/๙๘/๖๓, วิ.อ. ๓/๒๗๑/๔๓๕) ฉลาดในการออกจากอาบัติ หมายถึงการรู้วิธีออกจากอาบัติ ๒ วิธี คือ (๑) เทสนาวิธี ได้แก่ วิธีแสดง อาบัติหรือปลงอาบัติ (ได้แก่ อาบัติถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ ทุพภาสิต) (๒) กัมมวาจาวิธี หรือ วุฏฐานวิธี ได้แก่ วิธีปฏิบัติสำหรับผู้จะเปลื้องตนออกจากอาบัติสังฆาทิเสส มี ๔ อย่าง คือ ปริวาส มานัต อัพภาน และปฏิกัสสนา (องฺ.ทุก.อ. ๒/๙๘/๖๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๐๙}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๕. พาลวรรค

[๑๐๐] บัณฑิต ๒ จำพวกนี้ บัณฑิต ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่ไม่ทำหน้าที่ซึ่งยังมาไม่ถึง ๒. คนที่ทำหน้าที่ซึ่งมาถึงแล้ว บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล (๒) [๑๐๑] คนพาล ๒ จำพวกนี้ คนพาล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่เข้าใจว่าควรในของที่ไม่ควร ๒. คนที่เข้าใจว่าไม่ควรในของที่ควร คนพาล ๒ จำพวกนี้แล (๓) [๑๐๒] บัณฑิต ๒ จำพวกนี้ บัณฑิต ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่เข้าใจว่าไม่ควรในของที่ไม่ควร ๒. คนที่เข้าใจว่าควรในของที่ควร บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล (๔) [๑๐๓] คนพาล ๒ จำพวกนี้ คนพาล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่เข้าใจว่าเป็นอาบัติในข้อที่ไม่เป็นอาบัติ ๒. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นอาบัติในข้อที่เป็นอาบัติ คนพาล ๒ จำพวกนี้แล (๕) [๑๐๔] บัณฑิต ๒ จำพวกนี้ บัณฑิต ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นอาบัติในข้อที่ไม่เป็นอาบัติ ๒. คนที่เข้าใจว่าเป็นอาบัติในข้อที่เป็นอาบัติ บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล (๖) [๑๐๕] คนพาล ๒ จำพวกนี้ คนพาล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๑๐}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๕. พาลวรรค

๑. คนที่เข้าใจว่าเป็นธรรมในข้อที่ไม่เป็นธรรม ๒. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นธรรมในข้อที่เป็นธรรม คนพาล ๒ จำพวกนี้แล (๗) [๑๐๖] บัณฑิต ๒ จำพวกนี้ บัณฑิต ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่เข้าใจว่าเป็นธรรมในข้อที่เป็นธรรม ๒. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นธรรมในข้อที่ไม่เป็นธรรม บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล (๘) [๑๐๗] คนพาล ๒ จำพวกนี้ คนพาล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่เข้าใจว่าเป็นวินัยในข้อที่ไม่เป็นวินัย ๒. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นวินัยในข้อที่เป็นวินัย คนพาล ๒ จำพวกนี้แล (๙) [๑๐๘] บัณฑิต ๒ จำพวกนี้ บัณฑิต ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นวินัยในข้อที่ไม่เป็นวินัย ๒. คนที่เข้าใจว่าเป็นวินัยในข้อที่เป็นวินัย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล (๑๐) [๑๐๙] อาสวะ๑- ย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่รังเกียจสิ่งที่ไม่น่ารังเกียจ ๒. คนที่ไม่รังเกียจสิ่งที่น่ารังเกียจ อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๑๑) เชิงอรรถ : อาสวะ หมายถึงกิเลสทั้งหลาย (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๐๙/๖๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๑๑}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๕. พาลวรรค

[๑๑๐] อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่ไม่รังเกียจสิ่งที่ไม่น่ารังเกียจ ๒. คนที่รังเกียจสิ่งที่น่ารังเกียจ อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๑๒) [๑๑๑] อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่เข้าใจว่าควรในของที่ไม่ควร ๒. คนที่เข้าใจว่าไม่ควรในของที่ควร อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๑๓) [๑๑๒] อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่เข้าใจว่าไม่ควรในของที่ไม่ควร ๒. คนที่เข้าใจว่าควรในของที่ควร อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๑๔) [๑๑๓] อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นอาบัติในข้อที่เป็นอาบัติ ๒. คนที่เข้าใจว่าเป็นอาบัติในข้อที่ไม่เป็นอาบัติ อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๑๕) [๑๑๔] อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่เข้าใจว่าเป็นอาบัติในข้อที่เป็นอาบัติ ๒. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นอาบัติในข้อที่ไม่เป็นอาบัติ อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๑๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๑๒}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์ ] ๕. พาลวรรค

[๑๑๕] อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่เข้าใจว่าเป็นธรรมในข้อที่ไม่เป็นธรรม ๒. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นธรรมในข้อที่เป็นธรรม อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๑๗) [๑๑๖] อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่เข้าใจว่าเป็นธรรมในข้อที่เป็นธรรม ๒. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นธรรมในข้อที่ไม่เป็นธรรม อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๑๘) [๑๑๗] อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่เข้าใจว่าเป็นวินัยในข้อที่ไม่เป็นวินัย ๒. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นวินัยในข้อที่เป็นวินัย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๑๙) [๑๑๘] อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นวินัยในข้อที่ไม่เป็นวินัย ๒. คนที่เข้าใจว่าเป็นวินัยในข้อที่เป็นวินัย ภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๒๐)
พาลวรรคที่ ๕ จบ
ทุติยปัณณาสก์ จบบริบูรณ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๑๓}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๐ หน้าที่ ๑๐๙-๑๑๓. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=20&siri=38                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=20&A=2191&Z=2258                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=20&i=343                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๐ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu20


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :