ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์]

๑. กิมพิลวรรค ๓. อัสสาชานียสูตร

๓. อัสสาชานียสูตร
ว่าด้วยองค์ประกอบของม้าอาชาไนย๑-
[๒๐๓] ภิกษุทั้งหลาย ม้าอาชาไนยพันธุ์ดีของพระราชา ประกอบด้วยองค์ ๕ ประการ ย่อมเป็นม้าควรแก่พระราชา ควรเป็นม้าต้น นับว่าเป็นราชพาหนะ โดยแท้ องค์ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ความตรง ๒. ความมีเชาว์ ๓. ความอ่อน ๔. ความอดทน ๕. ความเสงี่ยม ม้าอาชาไนยพันธุ์ดีของพระราชาประกอบด้วยองค์ ๕ ประการนี้แล ย่อมเป็น ม้าควรแก่พระราชา ควรเป็นม้าต้น นับว่าเป็นราชพาหนะโดยแท้ ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นเหมือนกันแล ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ย่อมเป็นผู้ควรแก่ ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก ธรรม ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ความตรง๒- ๒. ความมีเชาว์๓- ๓. ความอ่อน๔- เชิงอรรถ : ม้าอาชาไนย หมายถึงม้าที่เกิดในตระกูลม้าสินธพ หรือในตระกูลพญาม้าวลาหก (ขุ.ธ.อ. ๑๕๔/๑๐๕) หรือหมายถึงม้าที่รู้เหตุที่ควรและไม่ควร (องฺ.ติก.อ. ๒/๑๔๓/๒๗๓)และดู องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๙๗/๓๓๐ ความตรงของม้า หมายถึงความไปได้ตรง ไปไม่คด ความตรงของพระ หมายถึงความมีญาณดำเนินไปตรง ( าณสฺส อชุกคมนํ) (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๒๐๓-๒๐๔/๘๕) ความมีเชาว์ของม้า หมายถึงมีฝีเท้าเร็ว (ปทชวะ) ความมีเชาว์ของพระ หมายถึงความมีญาณที่แกล้วกล้า ดำเนินไป (สูรสฺส หุตฺวา าณสฺส คมนภาโว) (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๒๐๓-๒๐๔/๘๕) ความอ่อนของม้า หมายถึงร่างกายอ่อนนุ่ม (สรีรมุทุตา) ความอ่อนของพระ หมายถึงความอ่อนเพราะศีล (สีลมัททวะ) (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๒๐๓-๒๐๔/๘๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๓๔๕}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์]

๑. กิมพิลวรรค ๔. พลสูตร

๔. ความอดทน๑- ๕. ความเสงี่ยม๒- ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล ย่อมเป็นผู้ควรแก่ ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก
อัสสาชานียสูตรที่ ๓ จบ
๔. พลสูตร
ว่าด้วยพละ
[๒๐๔] ภิกษุทั้งหลาย พละ ๕ ประการนี้ พละ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สัทธาพละ (กำลังคือศรัทธา) ๒. หิริพละ (กำลังคือหิริ) ๓. โอตตัปปพละ (กำลังคือโอตตับปะ) ๔. วิริยพละ (กำลังคือวิริยะ) ๕. ปัญญาพละ (กำลังคือปัญญา) ภิกษุทั้งหลาย พละ ๕ ประการนี้แล
พลสูตรที่ ๔ จบ
เชิงอรรถ : หมายถึงอธิวาสนขันติ (ความอดทนคือความอดกลั้น) (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๒๐๓-๒๐๔/๘๕) หมายถึงความมีศีลสะอาด บริสุทธิ์ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๒๐๓-๒๐๔/๘๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๓๔๖}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๒ หน้าที่ ๓๔๕-๓๔๖. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=22&siri=203                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=22&A=5764&Z=5778                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=22&i=203                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu22


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com