ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
     ฉบับหลวง   ฉบับมหาจุฬาฯ   บาลีอักษรไทย   PaliRoman 
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์]

๓. ทีฆจาริกวรรค ๕. ปฐมกุลุปกสูตร

๕. ปฐมกุลุปกสูตร
ว่าด้วยภิกษุผู้เข้าไปสู่ตระกูล สูตรที่ ๑
[๒๒๕] ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้เข้าไปสู่ตระกูล มีโทษ ๕ ประการนี้ โทษ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ต้องอาบัติเพราะเที่ยวไปไม่บอกลา๑- ๒. ต้องอาบัติเพราะนั่งในที่ลับ๒- ๓. ต้องอาบัติเพราะนั่งบนอาสนะที่กำบัง๓- ๔. ต้องอาบัติเพราะแสดงธรรมแก่มาตุคามเกินกว่า ๕-๖ คำ๔- ๕. เป็นผู้มากไปด้วยความดำริในกามอยู่ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้เข้าไปสู่ตระกูล มีโทษ ๕ ประการนี้แล
ปฐมกุลุปกสูตรที่ ๕ จบ
@เชิงอรรถ : @ ต้องอาบัติเพราะเที่ยวไปไม่บอกลา หมายถึงต้องอาบัติตามสิกขาบทที่บัญญัติไว้ว่า“ภิกษุใดรับนิมนต์ไว้แล้ว @มีภัตตาหารอยู่แล้ว(ที่ทายกจัดเตรียมไว้ถวาย)เที่ยวสัญจรไปในตระกูลทั้งหลายก่อนเวลาฉันภัตตาหาร @(ภิกษุนั้น)ต้องอาบัติปาจิตตีย์” (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๒๒๕-๒๒๖/๙๐) และดู @วิ.มหา. (แปล) ๒/๒๙๔-๒๙๗/๔๓๗-๔๔๐ @ ต้องอาบัติเพราะนั่งในที่ลับ ในที่นี้หมายถึงต้องอาบัติตามสิกขาบทที่บัญญัติไว้ว่า “ภิกษุใดนั่งในที่ลับกับ @มาตุคามสองต่อสอง (ภิกษุนั้น) ต้องอาบัติปาจิตตีย์” (องฺ.ปญฺจก.ฏีกา ๓/๒๒๑-๒๓๐/๙๗) และดู @วิ.มหา. (แปล) ๒/๒๘๙-๒๙๑/๔๓๔-๔๓๕ @ ต้องอาบัติเพราะนั่งบนอาสนะที่กำบัง หมายถึงต้องอาบัติตามสิกขาบทที่บัญญัติไว้ว่า “ภิกษุใดนั่งบน @อาสนะที่กำบังกับมาตุคาม (ภิกษุนั้น) ต้องอาบัติปาจิตตีย์” (องฺ.ปญฺจก.ฏีกา. ๓/๒๒๑-๒๓๐/๙๗) และดู @วิ.มหา. (แปล) ๑/๔๔๔-๔๔๘/๔๗๔-๔๗๗ @ ต้องอาบัติเพราะแสดงธรรมแก่มาตุคามเกินกว่า ๕-๖ คำ หมายถึงต้องอาบัติตามสิกขาบทที่บัญญัติไว้ @ว่า “ภิกษุใดแสดงธรรมแก่มาตุคามเกิน ๕-๖ คำ (ภิกษุนั้น) ต้องอาบัติปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่มีบุรุษรู้เดียงสา @อยู่ด้วย” (องฺ.ปญฺจก.ฏีกา ๓/๒๒๑-๒๓๐/๙๗-๙๘) และดู วิ.มหา. (แปล) ๒/๖๐-๖๕/๒๔๖-๒๕๐ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๓๖๗}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๒ หน้าที่ ๓๖๗. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=22&siri=225              ฟังเนื้อความพระไตรปิฎก : [คลิกเพื่อฟัง]                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง :- http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=22&A=6062&Z=6069                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=22&i=225              พระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลีอักษรไทย :- http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali_item_s.php?book=22&item=225&items=1              อ่านอรรถกถาภาษาบาลีอักษรไทย :- http://84000.org/tipitaka/atthapali/read_th.php?B=16&A=2022              The Pali Tipitaka in Roman :- http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/roman_item_s.php?book=22&item=225&items=1              The Pali Atthakatha in Roman :- http://84000.org/tipitaka/atthapali/read_rm.php?B=16&A=2022                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu22              อ่านเทียบฉบับแปลอังกฤษ Compare with English Translation :- http://84000.org/tipitaka/english/metta.lk/22i221-e.php#sutta5 https://suttacentral.net/an5.225/en/sujato



บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ บันทึกล่าสุด ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :