ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค]

๕. จุนทสูตร

๕. จุนทสูตร
ว่าด้วยปัญหาของนายจุนทกัมมารบุตร
[๘๓] (นายจุนทกัมมารบุตรทูลถามปัญหาดังนี้) ข้าพระองค์ขอทูลถามพระพุทธเจ้าผู้เป็นมุนี มีพระปัญญามาก ทรงเป็นเจ้าของพระธรรม ปราศจากตัณหา ทรงเป็นผู้ประเสริฐสุดในบรรดาสรรพสัตว์มีสัตว์ ๒ เท้าเป็นต้น ทรงเป็นผู้เลิศกว่านายสารถีผู้ฝึกทั้งหลายว่า ในโลกนี้มีสมณะอยู่กี่จำพวก ขอพระองค์โปรดตรัสบอกให้ข้าพระองค์ทราบด้วยเถิด [๘๔] (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) จุนทะ สมณะมีอยู่ ๔ จำพวก ไม่มีสมณะจำพวกที่ ๕ เราถูกท่านถามต่อหน้าอย่างนี้ ก็จะชี้แจงให้ท่านทราบ สมณะ ๔ จำพวกนั้น คือ ๑. สมณะผู้ชนะกิเลสทั้งปวงด้วยมรรค ๒. สมณะผู้แสดงมรรคแก่ชนเหล่าอื่น ๓. สมณะผู้ดำรงอยู่ในมรรค ๔. สมณะผู้ประทุษร้ายมรรค [๘๕] (นายจุนทกัมมารบุตรทูลถามปัญหาดังนี้) พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงบัญญัติเรียก สมณะผู้ชนะกิเลสทั้งปวงด้วยมรรคว่าอย่างไร ทรงบัญญัติเรียกสมณะผู้มีปกติเพ่งมรรค ไม่มีผู้เปรียบเทียบนั้นว่าอย่างไร ทรงบัญญัติเรียกสมณะผู้ดำรงอยู่ในมรรคนั้นว่าอย่างไร ทรงบัญญัติเรียกสมณะผู้ประทุษร้ายมรรคนั้นว่าอย่างไร ข้าพระองค์ทูลถามแล้วขอพระองค์ตรัสบอกแก่ข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงชี้แจงแก่ข้าพระองค์เถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๒๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค]

๕. จุนทสูตร

[๘๖] (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงบัญญัติเรียก สมณะผู้ข้ามพ้นความสงสัยได้เด็ดขาด ปราศจากกิเลสดุจลูกศร ยินดียิ่งในนิพพาน ไม่ติดอยู่ในตัณหา ผู้แนะนำสั่งสอนชาวโลกพร้อมทั้งเทวโลกว่า เป็นสมณะผู้ชนะกิเลสทั้งปวงด้วยมรรค [๘๗] ภิกษุใดในธรรมวินัยนี้ รู้ว่า นิพพานเป็นบรมธรรม แล้วบอก เปิดเผยนิพพานธรรมในธรรมวินัยนี้ พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงบัญญัติเรียกภิกษุ ผู้ตัดความสงสัยได้แล้ว เป็นมุนี ไม่มีตัณหาทำให้หวั่นไหวนั้นว่า เป็นสมณะจำพวกที่ ๒ ผู้แสดงมรรค [๘๘] ภิกษุใดเป็นผู้สำรวมแล้ว มีสติ เสพบทอันไม่มีโทษ๑- ดำรงอยู่ในมรรคคือบทแห่งธรรมที่แสดงไว้ดีแล้ว พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงบัญญัติเรียกภิกษุนั้นว่า เป็นสมณะจำพวกที่ ๓ ผู้ดำรงอยู่ในมรรค [๘๙] ภิกษุใดทำตนเลียนแบบพระอริยะ ผู้มีวัตรดีงาม ชอบเอาหน้า ประทุษร้ายตระกูล คะนองกาย วาจา ใจ มีมายา ไม่สำรวม พูดเพ้อเจ้อ ภิกษุผู้เที่ยวเลียนแบบ จัดเป็นสมณะจำพวกที่ ๔ ผู้ประทุษร้ายมรรค [๙๐] อนึ่ง คฤหัสถ์ผู้ได้สดับแล้ว เป็นอริยสาวก มีปัญญา รู้ซึ้งถึงลักษณะสมณะทั้ง ๔ จำพวกนั้น แล้วรู้ว่า สมณะทั้งหมดไม่เป็นเช่นนี้ เพราะเห็นเช่นนี้ ศรัทธาของเขาจึงไม่เสื่อมไป เชิงอรรถ : เสพบทอันไม่มีโทษ หมายถึงปฏิบัติตามโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ (ขุ.สุ.อ. ๑/๘๘/๑๖๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๒๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค]

๖. ปราภวสูตร

เพราะเห็นว่า บุคคลจะทำสมณะผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ให้เสมอกับสมณะผู้ทุศีล และสมณะผู้บริสุทธิ์ให้เสมอกับสมณะผู้ไม่บริสุทธิ์ ได้อย่างไรเล่า
จุนทสูตรที่ ๕ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๕ หน้าที่ ๕๒๑-๕๒๓. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=25&siri=232                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=25&A=7177&Z=7217                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=302                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu25


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com