ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
๕. มัฏฐกุณฑลีเปตวัตถุ
เรื่องมัฏฐกุณฑลีเปรตผู้ทำใจให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าก่อนสิ้นใจ
(พราหมณ์ถามว่า) [๑๘๖] เจ้าประดับตกแต่งร่างกาย ใส่ตุ้มหูเกลี้ยง ทัดทรงดอกไม้ มีกายลูบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์แดง ประคองแขนคร่ำครวญอยู่กลางป่า เจ้าเป็นทุกข์เรื่องอะไร (มัฏฐกุณฑลีเทพบุตรตอบว่า) [๑๘๗] เรือนรถที่ทำด้วยทองคำ งามผุดผ่องเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้ายังหาล้อรถทั้งคู่นั้นไม่ได้ เพราะความทุกข์นั้น ข้าพเจ้าจักยอมสละชีวิต (พราหมณ์กล่าวว่า) [๑๘๘] พ่อมาณพผู้เจริญ เจ้าอยากได้ล้อทองคำ ล้อแก้วมณี ล้อทองแดง หรือล้อเงิน จงบอกข้ามา ข้าจะจัดล้อทั้งคู่ให้เจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๙๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค]

๕. มัฏฐกุณฑลีเปตวัตถุ

[๑๘๙] มาณพนั้นกล่าวแก่พราหมณ์นั้นว่า ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ทั้งสองย่อมปรากฏในท้องฟ้านั้น รถทองคำของข้าพเจ้าย่อมงามด้วยล้อทั้งคู่นั้น (พราหมณ์กล่าวว่า) [๑๙๐] พ่อมาณพ เจ้าโง่นัก ที่มาปรารถนาสิ่งที่ไม่ควรปรารถนา ข้าเข้าใจว่า เจ้าจักตายเสียก่อน เพราะไม่มีทางที่จะได้ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เลย (มาณพกล่าวว่า) [๑๙๑] แม้การโคจรไปมาของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ก็ยังปรากฏอยู่ รัศมีก็ยังปรากฏอยู่ในวิถีทั้งสอง ส่วนคนที่ตายล่วงลับไปแล้วย่อมไม่ปรากฏ เราทั้งสองผู้ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ในที่นี้ ใครหนอโง่กว่ากัน (พราหมณ์กล่าวว่า) [๑๙๒] พ่อมาณพ เจ้าพูดจริงแท้ เราทั้งสองผู้ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ ข้านี่แหละโง่กว่า มาปรารถนาถึงคนที่ตายล่วงลับไปแล้ว เหมือนทารกร้องไห้อยากได้ดวงจันทร์ [๑๙๓] เจ้ามาช่วยรดข้าผู้เร่าร้อนให้สงบ ดับความกระวนกระวายทั้งหมด เหมือนคนใช้น้ำราดดับไฟที่ติดเปรียง [๑๙๔] เจ้าบรรเทาความเศร้าโศกถึงบุตรของข้าผู้กำลังเศร้าโศก ชื่อว่าได้ช่วยถอนลูกศรคือความโศก ซึ่งเสียบที่หัวใจของข้าขึ้นได้แล้วหนอ [๑๙๕] พ่อมาณพ ข้าซึ่งเจ้าช่วยถอนลูกศรคือความโศกขึ้นให้แล้ว เย็นสงบแล้ว จะไม่เศร้าโศก ไม่ร้องไห้ เพราะได้ฟังคำของเจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๙๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค]

๕. มัฏฐกุณฑลีเปตวัตถุ

(พราหมณ์เมื่อจะถามต่อไป จึงกล่าวว่า) [๑๙๖] เจ้าเป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ หรือเป็นท้าวสักกปุรินททะ๑- เจ้าเป็นใคร หรือเป็นบุตรของใคร เราจะรู้จักเจ้าได้อย่างไร (มาณพเปิดเผยตนแก่พราหมณ์นั้นว่า) [๑๙๗] ท่านเองเผาบุตรที่ป่าช้าแล้ว คร่ำครวญร้องไห้ถึงบุตรคนใด บุตรคนนั้นคือข้าพเจ้าซึ่งทำกุศลกรรมแล้ว ถึงความเป็นสหายของทวยเทพชั้นดาวดึงส์ (พราหมณ์ถามว่า) [๑๙๘] เมื่อเจ้าให้ทานน้อยหรือมากในเรือนของตน หรือรักษาอุโบสถกรรมเช่นนั้น ข้าพเจ้ามิได้เห็น เพราะทำกรรมอะไรไว้เจ้าจึงไปเทวโลกได้ (มาณพตอบว่า) [๑๙๙] ข้าพเจ้าป่วยเป็นไข้ ได้รับทุกข์ มีกายกระสับกระส่ายอยู่ในที่อยู่ของตน ได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลสดังธุลี ทรงข้ามพ้นความสงสัย เสด็จไปดีแล้ว มีพระปัญญาไม่ต่ำทราม เชิงอรรถ : หมายถึง ท้าวสักกะผู้ให้ทานในกาลก่อน เป็นชื่อหนึ่งของท้าวสักกะ ท้าวสักกะมีชื่อที่รู้กันส่วนมาก ๗ ชื่อ คือ (๑) ท้าวมฆวาน เพราะเคยเกิดเป็นมนุษย์ ชื่อมฆมาณพ (๒) ท้าวปุรินททะ เพราะเคยให้ ทานในกาลก่อน (๓) ท้าวสักกะ เพราะให้ทานโดยเคารพ (๔) ท้าววาสวะ เพราะให้ที่พักอาศัย (๕) ท้าวสหัสสักขะ เพราะคิดเนื้อความตั้งพันได้โดยครู่เดียว (๖) ท้าวสุชัมบดี เพราะเป็นพระสวามีของ นางสุชาดา (๗) ท้าวเทวานมินทะ เพราะครองราชเป็นใหญ่กว่าเทพชั้นดาวดึงส์ (วินัย. ๔/๒๕๘/๒๗๖) อีกนัยหนึ่ง มี ๒๐ ชื่อ คือ สักกะ ปุรินททะ เทวราชา วชิรปาณี สุชัมบดี สหัสสักขะ มหินทะ วชิราวุธ วาสวะ ทสสตนัย (สหัสสนัย) ติทิวาธิภู สุรนาถ วิชิรหัตถะ ภูตปัตยะ มฆวา โกสีย์ อินโท วัตรภู ปากสาสน์ วิโฑโช (ดู อภิธา. คาถา ๑๘-๑๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๙๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค]

๕. มัฏฐกุณฑลีเปตวัตถุ

[๒๐๐] ข้าพเจ้านั้นมีใจเบิกบาน มีจิตเลื่อมใส ได้ทำอัญชลีกรรมแด่พระตถาคต ข้าพเจ้าครั้นทำกุศลกรรมนั้นแล้ว ได้เกิดร่วมกับหมู่เทพชั้นดาวดึงส์ (พราหมณ์กล่าวว่า) [๒๐๑] น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยมีมาแล้วหนอ อัญชลีกรรมมีผลเป็นได้ถึงเช่นนี้ แม้ข้าพเจ้าก็มีใจเบิกบาน มีจิตเลื่อมใส จึงขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึกในวันนี้นี่เอง (มาณพกล่าวว่า) [๒๐๒] ท่านจงมีจิตเลื่อมใส ถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึกในวันนี้นี่แหละ อนึ่ง ท่านจงสมาทานสิกขาบท ๕ อย่าให้ขาดและด่างพร้อย [๒๐๓] คือ จงรีบงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ในโลก ยินดีเฉพาะภรรยาของตน อย่ากล่าวเท็จ อย่าดื่มน้ำเมา (พราหมณ์กล่าวว่า) [๒๐๔] เทวดาผู้น่าบูชา ท่านเป็นผู้มุ่งประโยชน์เกื้อกูลแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะทำตามคำของท่าน ท่านเป็นอาจารย์ของข้าพเจ้า [๒๐๕] ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ พระธรรมอันยอดเยี่ยม และพระสงฆ์ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๐๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค]

๖. กัณหเปตวัตถุ

[๒๐๖] ข้าพเจ้าจะรีบงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ในโลก ยินดีเฉพาะภรรยาของตน ไม่กล่าวเท็จ ไม่ดื่มน้ำเมา
มัฏฐกุณฑลีเปตวัตถุที่ ๕ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๖ หน้าที่ ๑๙๗-๒๐๑. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=26&siri=102                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=26&A=3507&Z=3512                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=26&i=102                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu26


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com