ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
๓. เตลกานิเถรคาถา
ภาษิตของพระเตลกานิเถระ
(พระเตลกานิเถระได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า) [๗๔๗] เราได้มีความเพียร ค้นคิดธรรมอยู่นานหนอ เมื่อสอบถามสมณพราหมณ์ ก็ยังไม่ได้ความกระจ่างใจ [๗๔๘] ในโลกนี้ ใครเล่า เป็นผู้ถึงฝั่ง ใครเป็นผู้บรรลุธรรมที่หยั่งลงสู่อมตะ เราจะปฏิบัติตามธรรมของใครซึ่งจะเป็นเหตุให้รู้แจ้งปรมัตถธรรมได้ [๗๔๙] เรามีความคดคือกิเลสอยู่ภายใน เหมือนปลากินเบ็ด ทั้งถูกผูกด้วยบ่วงคือกิเลส เหมือนท้าวเวปจิตติอสูรถูกผูกด้วยบ่วง ของท้าวสักกะจอมเทพ [๗๕๐] เรากระชากบ่วงคือกิเลสนั้นไม่หลุด จึงไม่พ้นไปจากความเศร้าโศกและความร่ำไรรำพันนั้น ใครในโลกนี้จะช่วยแก้เครื่องผูกคือกิเลส ประกาศทางตรัสรู้ให้เราได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๖๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๖. วีสตินิบาต]

๓. เตลกานิเถรคาถา

[๗๕๑] เราจะปฏิบัติตามธรรมของใครคือสมณะ หรือพราหมณ์หรือใครผู้แสดงธรรมเป็นเหตุกำจัดกิเลส ที่จะลอยชราและมรณะเสียได้ [๗๕๒] จิตของเราถูกร้อยไว้ด้วยความลังเลสงสัย ประกอบด้วยความแข่งดีมีกำลัง ถึงความกระด้าง เพราะใจประกอบด้วยความโกรธ ถูกความโลภคอยทำลาย [๗๕๓] เชิญท่านดูลูกศรคือทิฏฐิ ๓๐ ประเภท อันมีธนูคือตัณหาเป็นสมุฏฐานเนื่องอยู่ในอก มีกำลังทำลายหทัยอยู่เถิด [๗๕๔] การไม่ละทิฏฐิที่เหลือ๑- เป็นอันถูกลูกศร คือความดำริผิดให้อาจหาญ เราถูกยิงด้วยลูกศรคือทิฏฐินั้นหวั่นไหวอยู่ เหมือนใบไม้ไหวเพราะต้องลม [๗๕๕] บาปกรรมตั้งขึ้นภายในเรา พลันให้ผล เป็นไปในร่างกายที่มีผัสสายตนะ๒- ๖ ทุกเมื่อ [๗๕๖] เรายังไม่พบหมอที่จะช่วยถอนลูกศร๓- ของเรานั้นได้เลย ทั้งหมดนั้นก็ไม่สามารถใช้เครื่องมือแพทย์ต่างๆ ศัสตรา เวทมนต์ และยาอื่นๆ ถอนลูกศรนั้นได้ [๗๕๗] ใครเล่าไม่ต้องใช้ศัสตรา ไม่ทำร่างกายให้เป็นแผล ไม่เบียดเบียนร่างกายทุกส่วน จักถอนลูกศรคือกิเลส ซึ่งเป็นลูกศรโดยปรมัตถ์ที่เสียบอยู่ภายในหทัยของเราออกได้ เชิงอรรถ : คือตั้งแต่สักกายทิฏฐิเป็นต้น (ขุ.เถร.อ. ๒/๗๕๔/๓๑๕) ผัสสายตนะ ๖ ได้แก่ ๑.จักขุสัมผัส ความกระทบทางตา ๒.โสตสัมผัส ความกระทบทางหู ๓.ฆานสัมผัส ความกระทบทางจมูก ๔.ชิวหาสัมผัส ความกระทบทางลิ้น ๕.กายสัมผัส ความกระทบทางกาย ๖. มโนสัมผัส ความกระทบทางใจ (ที.ปาฏิ. ๑๑/๓๒๓/๒๑๕) คือทิฏฐิและกิเลส {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๖๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๖. วีสตินิบาต]

๓. เตลกานิเถรคาถา

[๗๕๘] ผู้ลอยโทษที่เป็นพิษ(คือกิเลสมีราคะเป็นต้น)เสียได้ จัดว่าเป็นใหญ่ในธรรมแท้ ประเสริฐสุด ช่วยชี้มือ(คืออริยมรรค) บอกที่บก(คือนิพพาน) ให้แก่เราผู้ตกห้วงน้ำใหญ่ คือสงสารที่ลึก [๗๕๙] เราได้จมลงในห้วงน้ำใหญ่คือสงสาร ซึ่งมีดินเหนียวคือธุลีมีราคะเป็นต้นที่ไม่สามารถจะนำออกได้ เป็นที่แผ่ไปแห่งมายาความริษยา ความแข่งดี และความง่วงเหงาหาวนอน [๗๖๐] ความดำริทั้งหลายที่อาศัยราคะ เป็นเหมือนห้วงน้ำใหญ่ มีอุทธัจจะเป็นเมฆคำรน มีเมฆหมอกคือสังโยชน์ ๑๐ ย่อมนำเราผู้มีความเห็นผิดไป [๗๖๑] กระแสตัณหาไหลไปในอารมณ์ทั้งปวง ทั้งตัณหาดังเถาวัลย์ก็ผลิขึ้น ใครจะพึงกั้นกระแสตัณหาเหล่านั้นได้ ใครเล่าจักตัดตัณหาดังเถาวัลย์นั้นได้ [๗๖๒] ท่านผู้เจริญทั้งหลาย เชิญท่านทั้งหลายทำเขื่อนอันเป็นเครื่อง กั้นกระแสตัณหาเสีย อย่าให้กระแสตัณหาที่เกิดแต่ใจพัดพาท่าน ทั้งหลายไปเร็วพลันดังกระแสน้ำพัดพาต้นไม้ที่อยู่ริมฝั่งไป [๗๖๓] พระศาสดาทรงมีพระปัญญาเป็นอาวุธ อันหมู่ฤๅษีอาศัยแล้ว เป็นที่พึ่งสำหรับเราผู้มีภัย กำลังแสวงหาฝั่งคือนิพพานจากที่มิใช่ฝั่งได้อย่างนี้ [๗๖๔] พระองค์ได้ทรงประทานบันได ที่นายช่างทำดีแล้ว บริสุทธิ์ ทำด้วยไม้แก่นคือธรรมอันมั่นคง แก่เราผู้กำลังถูกกระแสห้วงน้ำ(คือตัณหา)พัดไป และรับสั่งว่า อย่ากลัวเลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๖๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๖. วีสตินิบาต]

๔. รัฏฐปาลเถรคาถา

[๗๖๕] เราได้ขึ้นปราสาทคือสติปัฏฐาน พิจารณาเห็นหมู่สัตว์ผู้ยินดีในร่างกายของตน ที่เราจักได้รู้ในกาลก่อนโดยเป็นแก่นสาร [๗๖๖] เมื่อคราวที่เราได้เห็นทาง (คือวิปัสสนา) ซึ่งเป็นอุบายสำหรับขึ้นเรือ (คืออริยมรรค) แล้วไม่ยึดถือว่าเป็นตัวตน จึงได้เห็นท่าที่ดีเยี่ยม๑- [๗๖๗] พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงแสดงทางอันยอดเยี่ยม เพื่อไม่ให้เป็นไปแห่งบาปธรรมคือทิฏฐิและมานะเป็นต้น ซึ่งเปรียบเหมือนลูกศรเกิดแต่ตน ทั้งเกิดแต่ตัณหาที่นำไปสู่ภพได้ [๗๖๘] พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกำจัดโทษที่เป็นพิษ ได้ทรงช่วยบรรเทากิเลสเครื่องร้อยรัดของเราที่นอนเนื่องอยู่ในสันดาน ครอบงำสันดานอยู่มาเป็นเวลานาน
๔. รัฏฐปาลเถรคาถา
ภาษิตของพระรัฏฐปาลเถระ
(พระรัฏฐปาลเถระได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า) [๗๖๙] ขอเชิญโยมมารดาบิดาทรงดูอัตภาพ ที่ผ้าและอาภรณ์เป็นต้น ทำให้วิจิตร มีกายเป็นแผล มีกระดูก ๓๐๐ ท่อนเป็นโครงร่าง กระสับกระส่ายที่พวกคนเขลาดำริหวังกันส่วนมาก ซึ่งไม่มีความยั่งยืนตั้งมั่น [๗๗๐] ขอเชิญโยมมารดาบิดาทรงดูรูปที่สตรีใช้แก้วมณีและต่างหู แต่งให้วิจิตร ซึ่งมีหนังหุ้มกระดูกไว้ภายใน งามพร้อมเสื้อผ้า เชิงอรรถ : โสดาปัตติมรรค (ขุ.เถร.อ. ๒/๗๖๖/๓๑๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๖๘}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๖ หน้าที่ ๔๖๕-๔๖๘. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=26&siri=387                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=26&A=7461&Z=7508                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=26&i=387                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu26


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com