ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
๖. เสลเถรคาถา
ภาษิตของพระเสลเถระ
(พระเสลเถระ ครั้งเป็นคฤหัสถ์ ได้สดุดีพระผู้มีพระภาคด้วยภาษิต ๖ ภาษิตว่า) [๘๑๘] ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พระองค์เสด็จอุบัติมาดีแล้ว ทรงมีพระวิริยภาพ มีพระวรกายสมบูรณ์ มีพระรัศมีที่ซ่านออกจากพระวรกายงดงาม สวยงามน่าทัศนายิ่งนัก พระฉวีวรรณเปล่งปลั่งดังทองคำ พระเขี้ยวแก้วทั้งซ้ายขวาก็สุกใส [๘๑๙] เพราะพระลักษณะแห่งมหาบุรุษ ที่มีปรากฏแก่มหาบุรุษนั้น ย่อมมีปรากฏในพระวรกายของพระองค์อย่างครบถ้วน [๘๒๐] พระองค์มีพระเนตรแจ่มใส พระพักตร์ผุดผ่อง พระวรกายสูงใหญ่ตรง มีพระเดช ทรงรุ่งเรืองท่ามกลางหมู่สมณะ เหมือนดวงอาทิตย์รุ่งเรืองอยู่ [๘๒๑] พระองค์เป็นภิกษุ มีพระคุณสมบัติงดงามน่าชม มีพระฉวีวรรณ ผุดผ่องดังทองคำ พระองค์ทรงมีวรรณสูงส่งถึงเพียงนี้ จะเป็นสมณะไปทำไม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๗๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๖. วีสตินิบาต]

๖. เสลเถรคาถา

[๘๒๒] พระองค์ควรเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ที่องอาจในหมู่พลรถ ทรงปราบปรามไพรีชนะ ทรงเป็นใหญ่ในภาคพื้นชมพูทวีป ซึ่งมีสมุทรสาครทั้งสี่เป็นขอบเขต [๘๒๓] ข้าแต่พระโคดม ขอเชิญพระองค์ขึ้นครองราชย์ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอมมนุษย์ตามพระราชประเพณี ที่กษัตราธิราชโดยพระชาติได้เสวยราชย์ มีหมู่เสวกามาตย์เสด็จตามพระองค์เถิด (พระผู้มีพระภาคตรัสพระพุทธภาษิตนี้ว่า) [๘๒๔] เสลพราหมณ์ เราเป็นพระราชาอยู่แล้ว คือเป็นพระธรรมราชาผู้ยอดเยี่ยม ยังธรรมจักรที่ไม่มีใครๆ หมุนไปได้ ให้หมุนไปได้ (พระเสลเถระครั้งเป็นคฤหัสถ์ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า) [๘๒๕] ข้าแต่พระโคดม พระองค์ทรงปฏิญาณว่า เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นธรรมราชาผู้ยอดเยี่ยม ทั้งยังตรัสยืนยันว่า ยังธรรมจักรให้เป็นไป [๘๒๖] ใครหนอเป็นเสนาบดีของพระองค์ผู้เจริญ เป็นสาวกผู้ประพฤติตามเบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ผู้เป็นศาสดา ใครจะช่วยประกาศธรรมจักรที่พระองค์ทรงให้เป็นไปแล้วนี้ได้ (พระผู้มีพระภาคตรัสพระพุทธภาษิตนี้ว่า) [๘๒๗] เสลพราหมณ์เอ๋ย สารีบุตรผู้เกิดตามตถาคต จะช่วยประกาศธรรมจักรที่ยอดเยี่ยมซึ่งเราให้เป็นไปไว้แล้ว [๘๒๘] พราหมณ์ เราได้รู้ยิ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่ง ได้เจริญธรรมที่ควรให้เจริญ ได้ละธรรมที่ควรละได้แล้ว เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นพระพุทธเจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๗๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๖. วีสตินิบาต]

๖. เสลเถรคาถา

[๘๒๙] พราหมณ์ ท่านจงกำจัดความเคลือบแคลงสงสัยในเราเสีย จงน้อมใจเชื่อเราเสียเถิด เพราะว่าการพบเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย [๘๓๐] ผู้จะปรากฏเนืองๆ ในโลก ย่อมเป็นการหาได้ยาก พราหมณ์ เรานั้น เป็นพุทธเจ้า เป็นหมอผ่าตัดลูกศรคือกิเลสมีราคะเป็นต้นชั้นเยี่ยม [๘๓๑] เป็นผู้ประเสริฐ ไม่มีผู้เปรียบเทียบ ย่ำยีมารและเสนามาร ทำมารทั้งหมดซึ่งไม่ใช่มิตรไว้ในอำนาจ ไม่มีภัยแต่ที่ไหนเบิกบานอยู่ (พระเสลเถระ ครั้งเป็นคฤหัสถ์ กราบทูลด้วย ๓ คาถาว่า) [๘๓๒] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอเชิญพระองค์ จงทรงใคร่ครวญคำของข้าพระองค์นี้ เหมือนอย่างที่พระตถาคตผู้มีพระจักษุ เป็นหมอผ่าตัดลูกศรคือกิเลสมีราคะเป็นต้น เป็นมหาวีระ ตรัสไว้ดังราชสีห์บันลือในป่า [๘๓๓] ใครได้เห็นพระองค์ผู้ประเสริฐ ไม่มีผู้เปรียบเทียบ ย่ำยีมารและเสนามาร จะไม่พึงเลื่อมใสเล่า ถึงคนที่เกิดในตระกูลต่ำก็ยังเลื่อมใส [๘๓๔] ผู้ปรารถนาจะตามฉัน ก็เชิญมา หรือผู้ไม่ปรารถนา ก็เชิญกลับไป ฉันจะบวชในสำนักของพระพุทธเจ้า ผู้มีพระปัญญาประเสริฐนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๗๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๖. วีสตินิบาต]

๖. เสลเถรคาถา

(มาณพทั้งหลายซึ่งเป็นอันเตวาสิก ๓๐๐ คน ได้กล่าวภาษิตนี้ว่า) [๘๓๕] ถ้าท่านอาจารย์ผู้เจริญชอบใจคำสอน ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ แม้พวกเราก็จะบวชในสำนัก ของพระพุทธเจ้าผู้มีพระปัญญาประเสริฐ (พระเสลเถระ ครั้งเป็นคฤหัสถ์ดีใจ ได้กราบทูลด้วยภาษิตว่า) [๘๓๖] พราหมณ์ ๓๐๐ คนนี้ พากันประนมมือ ทูลขอบรรพชาว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ทั้งหลาย จะประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของพระองค์ (พระผู้มีพระภาค ให้พราหมณ์ทั้งหมดบวชแล้ว ตรัสพระพุทธภาษิตว่า) [๘๓๗] เสละ พรหมจรรย์เรากล่าวไว้ดีแล้ว ผู้บรรลุจะเห็นได้เอง ให้ผลไม่จำกัดกาล ในศาสนาที่มีการบรรพชาไม่ไร้ผล เมื่อคนที่ไม่ประมาทหมั่นศึกษาอยู่ (พระเสลเถระเมื่อจะพยากรณ์พระอรหัต ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า) [๘๓๘] ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้มีพระจักษุ เพราะข้าพระองค์ทั้งหลายได้ถึงสรณคมน์นั้นในวันที่ ๘ แต่นี้ ฉะนั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายจึงได้ใช้เวลาฝึกอินทรีย์ ในพระศาสนาของพระองค์มาเป็นเวลา ๗ วัน [๘๓๙] พระองค์ทรงเป็นสัพพัญญูพุทธเจ้า เป็นศาสดา เป็นจอมปราชญ์ ทรงครอบงำมารได้ ทรงตัดอนุสัยกิเลสได้ ทรงข้ามห้วงน้ำใหญ่คือสงสารได้แล้ว จึงทรงยังหมู่สัตว์นี้ให้ข้ามได้ด้วย [๘๔๐] พระองค์ทรงล่วงอุปธิกิเลสได้พ้น ทำลายอาสวะแล้ว ไม่มีความยึดมั่น ละความหวาดกลัวภัยได้ เหมือนราชสีห์ ไม่กลัวต่อหมู่เนื้อ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๗๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๖. วีสตินิบาต]

๗. ภัททิยกาฬิโคธาปุตตเถรคาถา

[๘๔๑] ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงแกล้วกล้า ภิกษุทั้ง ๓๐๐ รูปนี้ ยืนประนมมืออยู่ ขอพระองค์ทรงเหยียดพระยุคลบาทเถิด ภิกษุทั้งหลาย จะได้ถวายบังคมพระองค์ผู้เป็นศาสดา


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๖ หน้าที่ ๔๗๖-๔๘๐. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=26&siri=390                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=26&A=7645&Z=7721                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=26&i=390                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu26


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :