ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต]

๑. อัมพปาลีเถรีคาถา

๑๓. วีสตินิบาต
๑. อัมพปาลีเถรีคาถา
ภาษิตของพระอัมพปาลีเถรี
(พระอัมพปาลีเถรีได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า) [๒๕๒] เมื่อก่อน ผมของเรามีสีดำเหมือนสีแมลงภู่ มีปลายผมงอน เดี๋ยวนี้ ผมเหล่านั้น กลายสภาพเป็นเหมือนป่านและปอเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ไม่แปรเป็นอย่างอื่น [๒๕๓] เมื่อก่อน มวยผมของเราเต็มด้วยดอกไม้หอมกรุ่น เหมือนผอบที่อบกลิ่น เดี๋ยวนี้ ผมนั้นมีกลิ่นเหมือนขนกระต่ายเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น [๒๕๔] เมื่อก่อน ผมของเราดกงาม มีปลายผมรวบไว้ด้วยหวีและปิ่นปักผม เหมือนป่าไม้ทึบ ที่ปลูกไว้เป็นระเบียบ งามสะพรั่ง เดี๋ยวนี้ ผมนั้นบางลงๆ ทั่วศีรษะเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น [๒๕๕] เมื่อก่อน ผมของเราตกแต่งด้วยช้องผม ประดับด้วยปิ่นทองคำอันละเอียดมีกลิ่นหอม งดงาม เดี๋ยวนี้ ผมนั้นล้านเลี่ยนทั้งศีรษะ พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๙๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต]

๑. อัมพปาลีเถรีคาถา

[๒๕๖] เมื่อก่อน คิ้วของเรา สวยงามนัก คล้ายรอยเขียนที่จิตรกรบรรจงเขียนไว้ เดี๋ยวนี้คิ้วนั้นมีรอยย่นห้อยลงเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น [๒๕๗] เมื่อก่อน ดวงตาทั้งคู่ของเราดำขลับ กลมโต มีประกายงาม คล้ายแก้วมณี เดี๋ยวนี้ ถูกชราทำลายเสียแล้ว จึงไม่งาม พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น [๒๕๘] เมื่อก่อน เวลายังรุ่นสาว จมูกของเราโด่ง งาม เหมือนเกลียวหรดาลที่ปั้นวางไว้ เดี๋ยวนี้เหี่ยวแฟบเหมือนจะจมลงไปเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น [๒๕๙] เมื่อก่อน ใบหูทั้งสองของเราสวยงามนัก เหมือนกำไลแขนที่ช่างทำอย่างประณีต เสร็จเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวนี้กลับมีรอยย่นห้อยลงเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น [๒๖๐] เมื่อก่อน ฟันของเราสวยงามนัก เหมือนสีหน่อตูมของต้นกล้วย เดี๋ยวนี้ กลับหัก มีสีเหลืองปนแดงเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๙๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต]

๑. อัมพปาลีเถรีคาถา

[๒๖๑] เมื่อก่อน เราพูดเสียงไพเราะ เหมือนนกดุเหว่า ที่เที่ยวไปในไพรสณฑ์ ส่งเสียงไพเราะอยู่ในป่าใหญ่ เดี๋ยวนี้คำพูดของเราพลาดไป ทุกๆ คำเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น [๒๖๒] เมื่อก่อน คอของเราสวยงามนัก กลมเกลี้ยงเหมือนสังข์ทองขัดเกลาดีแล้ว เดี๋ยวนี้ กลายเป็นงุ้มค่อมลงเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่วามจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น [๒๖๓] เมื่อก่อน แขนทั้งสองของเราสวยงามนัก เหมือนไม้กลอนกลมกลึง เดี๋ยวนี้ กลายเป็นลีบ เหมือนกิ่งแคคดเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น [๒๖๔] เมื่อก่อน มือทั้งสองของเราสวยงามนัก ประดับด้วยแหวนทองงามระยับ เดี๋ยวนี้ กลายเป็นเหมือนเหง้ามันเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น [๒๖๕] เมื่อก่อน ถันทั้งสองของเราเต่งตึงกลมกลึง ตั้งประชิดกัน ทั้งงอนสล้างสวยงามนัก เดี๋ยวนี้ กลายเป็นหย่อนยานเหมือนถุงหนังไม่มีน้ำเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๙๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต]

๑. อัมพปาลีเถรีคาถา

[๒๖๖] เมื่อก่อน ร่างกายของเราเกลี้ยงเกลาสวยงามนัก เหมือนอย่างแผ่นทองคำที่ขัดดีแล้ว เดี๋ยวนี้ ดื่นไปด้วยรอยเหี่ยวย่นอันละเอียดเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น [๒๖๗] เมื่อก่อน ขาอ่อนทั้งสองของเราสวยงามนัก เปรียบเหมือนงวงช้าง เดี๋ยวนี้ เป็นปมเป็นปุ่ม เหมือนข้อไม้ไผ่เพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น [๒๖๘] เมื่อก่อน แข้งทั้งสองของเรา ประดับด้วยกำไลทอง เกลี้ยงเกลาสวยงามนัก เดี๋ยวนี้ กลับเหี่ยวแห้งเหมือนต้นงาแห้งเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น [๒๖๙] เมื่อก่อน เท้าทั้งสองของเราสวยงามนัก เปรียบเหมือนรองเท้ายัดปุยนุ่น เดี๋ยวนี้ แตกเป็นริ้วรอยเพราะชรา พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น [๒๗๐] เดี๋ยวนี้ ร่างกายนี้เป็นเช่นนี้ คร่ำคร่าเพราะชรา เป็นแหล่งที่อยู่แห่งทุกข์เป็นอันมาก ปราศจากเครื่องลูบไล้ เป็นดุจเรือนอันคร่ำคร่า พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่ความจริง เป็นคำจริงแท้ ไม่แปรเป็นอย่างอื่น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๙๙}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๖ หน้าที่ ๕๙๖-๕๙๙. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=26&siri=467                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=26&A=9609&Z=9666                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=26&i=467                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu26


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :