ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต]

๔. สุนทรีเถรีคาถา

๔. สุนทรีเถรีคาถา
ภาษิตของพระสุนทรีเถรี
(สุชาตพราหมณ์ผู้เป็นบิดา เมื่อจะถามถึงเหตุแห่งการบรรเทาความเศร้าโศก จึงถามพระวาสิฏฐีเถรีด้วยภาษิตเหล่านี้ว่า) [๓๑๓] นางผู้เจริญ เมื่อก่อน เจ้ากินลูกๆ ให้ตายไป เจ้าเดือดร้อนอย่างยิ่งทั้งกลางวันและกลางคืน [๓๑๔] พราหมณี วันนี้ เจ้านั้นกินลูกหมดทั้ง ๗ คน แม่วาสิฏฐี เพราะเหตุไร เจ้าจึงไม่เดือดร้อนหนักหนาเล่า (พระวาสิฏฐีเถรีกล่าวว่า) [๓๑๕] ท่านพราหมณ์ ในส่วนอดีต ลูกและหมู่ญาติของเราหลายร้อยคน เราและท่านก็กินกันมาแล้ว [๓๑๖] เรานั้นรู้นิพพานที่เป็นธรรมเครื่องสลัด ซึ่งความเกิดและความตายออกเสีย จึงไม่เศร้าโศก ไม่ร้องไห้ และไม่เดือดร้อน (พราหมณ์กล่าวว่า) [๓๑๗] แม่วาสิฏฐี น่าอัศจรรย์จริงหนอที่เจ้ากล่าววาจาเช่นนี้ เจ้ารู้ธรรมของใครเล่า จึงกล่าววาจาเช่นนี้ (พระวาสิฏฐีเถรีกล่าวว่า) [๓๑๘] ท่านพราหมณ์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น เสด็จมาถึงเมืองมิถิลา ทรงแสดงธรรมโปรดหมู่สัตว์เพื่อละทุกข์ทั้งปวง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๖๐๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต]

๔. สุนทรีเถรีคาถา

[๓๑๙] ท่านพราหมณ์ เราฟังธรรมที่ปราศจากอุปธิกิเลส๑- ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น รู้แจ้งพระสัทธรรมในธรรมเทศนานั้นแล้ว จึงบรรเทาความเศร้าโศกถึงลูกเสียได้ (สุชาตพราหมณ์กล่าวว่า) [๓๒๐] ถึงเรานั้นก็จักไปเมืองมิถิลาเหมือนกัน ถ้าอย่างไร พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ก็คงจะทรงช่วยปลดเปลื้องเราจากทุกข์ทั้งสิ้นได้แน่ [๓๒๑] พราหมณ์ได้พบพระพุทธเจ้าผู้ทรงหลุดพ้นแล้ว ไม่มีอุปธิกิเลส พระมุนีผู้ถึงฝั่งแห่งทุกข์ได้ทรงแสดงธรรมโปรดพราหมณ์นั้น [๓๒๒] คือ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์ และอริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ [๓๒๓] สุชาตพราหมณ์รู้แจ้งพระสัทธรรม ในพระธรรมเทศนาคืออริยสัจ ๔ นั้นแล้ว เข้าบวชได้ ๓ วัน ก็ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว (พระสุชาตพราหมณ์กล่าวกับนายสารถีว่า) [๓๒๔] มานี่สิ สารถี เธอจงกลับไป จงมอบรถคันนี้ให้พราหมณีด้วย และช่วยบอกนางพราหมณีถึงความสบาย ไม่เจ็บป่วยว่า บัดนี้ สุชาตพราหมณ์บวชได้ ๓ วัน ก็ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว [๓๒๕] ลำดับนั้น นายสารถีนำรถและทรัพย์ ๑,๐๐๐ กหาปณะ ไปมอบให้นางพราหมณี และได้บอกนางพราหมณีถึงความสบาย ไม่เจ็บป่วยว่า บัดนี้ สุชาตพราหมณ์บวชได้ ๓ วัน ก็ได้บรรลุ วิชชา ๓ แล้ว เชิงอรรถ : ปราศจากทุกข์ (ขุ.เถรี.อ. ๓๑๙/๒๙๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๖๐๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต]

๔. สุนทรีเถรีคาถา

(พราหมณีกล่าวว่า) [๓๒๖] นายสารถี ฉันฟังเรื่องพราหมณ์ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว ขอมอบรถม้าคันนี้และทรัพย์ ๑,๐๐๐ กหาปณะ เป็นรางวัลตอบแทนเจ้าที่ให้ข่าวดี (นายสารถีไม่ยอมรับ กลับกล่าวว่า) [๓๒๗] ข้าแต่พราหมณี รถม้ากับทรัพย์ ๑,๐๐๐ กหาปณะ จงเป็นของแม่เจ้าตามเดิมเถิด ถึงตัวข้าพเจ้าก็จักบวชในสำนักของพระพุทธเจ้า ผู้มีพระปัญญาอันประเสริฐ (พราหมณีกล่าวกับสุนทรีธิดาว่า) [๓๒๘] บิดาของลูก ละช้าง ม้า โค แก้วมณี แก้วกุณฑล และเครื่องอุปกรณ์เรือนมากมายนี้ ออกบวชเสียแล้ว ลูกสุนทรีลูกจงบริโภคโภคสมบัติทั้งหลาย จงเป็นทายาทรับมรดกในตระกูล นะลูก (สุนทรีฟังคำของมารดานั้นแล้ว เมื่อจะประกาศความที่ตนตั้งใจจะออกบวช จึงได้กล่าวภาษิตนี้ว่า) [๓๒๙] บิดาของลูกกระทบกระเทือนใจ เพราะความเศร้าโศกถึงลูกชาย จึงละช้าง ม้า โค แก้วมณี แก้วกุณฑล และอุปกรณ์เรือนที่น่ารื่นรมย์นี้ออกบวช ถึงลูกก็กระทบกระเทือนใจ เพราะความเศร้าโศกถึงพี่ชายมาก ก็จักออกบวชด้วย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๖๐๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต]

๔. สุนทรีเถรีคาถา

(ลำดับนั้น มารดาเมื่อจะชักนำสุนทรีธิดาในทางเนกขัมมะ จึงได้กล่าวภาษิต เหล่านี้ว่า) [๓๓๐] ลูกสุนทรี ขอความดำริของลูกจงสำเร็จตามที่ลูกปรารถนาเถิด ลูกเมื่อใช้สอยสิ่งเหล่านี้ คือ ก้อนข้าวที่พึงลุกขึ้นยืนรับ การเที่ยวแสวงหาอาหาร และนุ่งห่มผ้าบังสุกุล จงเป็นผู้ไม่มีอาสวะในโลกหน้าเถิด (พระสุนทรีจึงกล่าวขออนุญาตพระภิกษุณีผู้เป็นอุปัชฌาย์ว่า) [๓๓๑] ข้าแต่แม่เจ้า ดิฉันเมื่อเป็นสิกขมานา ก็ชำระทิพยจักขุให้หมดจดได้แล้ว ดิฉันระลึกรู้ถึงชาติก่อนที่เคยอยู่อาศัยมาได้ [๓๓๒] ข้าแต่แม่เจ้า ผู้มีคุณความดีเป็นผู้งามในหมู่พระเถรี เพราะอาศัยแม่ท่าน ดิฉันบรรลุวิชชา ๓ ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว [๓๓๓] ข้าแต่แม่เจ้า โปรดอนุญาตเถิดเจ้าค่ะ ดิฉันประสงค์จะไปกรุงสาวัตถี จักบันลือสีหนาทในสำนักพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด (พระสุนทรีเถรีไปถึงกรุงสาวัตถีแล้ว เข้าไปยังพระวิหาร ได้เห็นพระศาสดา ประทับนั่งอยู่บนธรรมาสน์ จึงพูดกับตนเองว่า) [๓๓๔] สุนทรีท่านจงดูพระศาสดาผู้มีพระรัศมีดังทองคำ มีพระฉวีวรรณเรืองรองดังทองคำ ทรงฝึกเหล่าชนที่ใครๆ ฝึกไม่ได้ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ (กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๖๑๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต]

๕. สุภากัมมารธีตุเถรีคาถา

[๓๓๕] ขอพระองค์โปรดทอดพระเนตรหม่อมฉันผู้ชื่อว่าสุนทรี ซึ่งหลุดพ้นแล้ว ไม่มีอุปธิกิเลส ปราศจากราคะ ไม่เกาะเกี่ยว ไม่มีอาสวะ ทำกิจเสร็จแล้วมาเฝ้าอยู่ [๓๓๖] ข้าแต่พระมหาวีระ สุนทรีสาวิกาของพระองค์ ออกจากกรุงพาราณสี มาเฝ้าพระองค์ ถวายอภิวาทพระยุคลบาทอยู่ [๓๓๗] พระองค์เป็นพระพุทธเจ้าเป็นศาสดาของหม่อมฉัน ข้าแต่พระผู้ทรงเป็นพราหมณ์ หม่อมฉันเป็นธิดาซึ่งเกิดแต่พระอุระ เกิดแต่พระโอษฐ์ของพระองค์ ไม่มีอาสวะ ทำกิจเสร็จแล้ว (ลำดับนั้น พระศาสดาเมื่อจะชมเชยการมาเฝ้าของนาง จึงได้ตรัสว่า) [๓๓๘] สุนทรีผู้เจริญ เธอมาดีแล้ว มาไม่เลวเลย เพราะว่าผู้ที่ฝึกแล้วอย่างนี้ ปราศจากราคะ ไม่เกาะเกี่ยว ไม่มีอาสวะ ทำกิจเสร็จแล้ว ย่อมมากราบเท้าพระศาสดา


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๖ หน้าที่ ๖๐๗-๖๑๑. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=26&siri=470                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=26&A=9782&Z=9859                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=26&i=470                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu26


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com