ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน]

๔. มัญชิฏฐกวรรค ๑๐. อุจฉุวิมาน

๑๐. อุจฉุวิมาน
ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายท่อนอ้อย
(พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า) [๘๐๘] เธอมีสิริ มีรัศมีกาย มีบริวารยศและมีเดช เปล่งรัศมีส่องทั่วแผ่นดินพร้อมทั้งเทวโลกให้สว่างไสว รุ่งเรืองดังพระจันทร์และพระอาทิตย์ และดังท้าวมหาพรหม เปล่งรัศมีงามล้ำกว่าทวยเทพชาวไตรทศ พร้อมทั้งพระอินทร์ [๘๐๙] อาตมาขอถามเธอ เทพธิดาผู้เลอโฉม ประดับมาลัยดอกอุบล มีมาลัยแก้วประดับเทริด มีผิวพรรณเปล่งปลั่งดั่งทองคำ ประดับประดาอาภรณ์อย่างสวยงาม ทรงพัสตราภรณ์ชั้นเลิศ เธอเป็นใครมาไหว้อาตมา [๘๑๐] ชาติก่อนเธอเกิดเป็นมนุษย์ ได้ทำกรรมอะไรมาก่อน ได้สั่งสมทานไว้ดี หรือว่ารักษาศีลไว้ดี เกิดในสวรรค์ มีบริวารยศ เพราะกรรมอะไร เทพธิดา อาตมาถามแล้ว ขอเธอจงบอกเถิดว่า นี้เป็นผลของกรรมอันใดเล่า (เทพธิดานั้นตอบว่า) [๘๑๑] พระคุณเจ้าผู้เจริญ เมื่อไม่นานมานี้ พระเถระรูปหนึ่ง เข้ามาบิณฑบาตยังเรือนของดิฉันในหมู่บ้านนี้แหละ จากนั้นดิฉันมีจิตเลื่อมใส เกิดปีติสุดประมาณ จึงได้ถวายท่อนอ้อยแด่ท่าน [๘๑๒] แต่ต่อมาภายหลัง แม่ผัวซักถามดิฉันว่า แม่ตัวดี แกเอาอ้อยไปทิ้งไว้ที่ไหนล่ะ ดิฉันจึงตอบว่า ไม่ได้ทิ้งและก็ไม่ได้กิน แต่ดิฉันได้ถวายแด่ภิกษุผู้สงบระงับไปแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๙๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน]

๔. มัญชิฏฐกวรรค ๑๐.อุจฉุวิมาน

[๘๑๓] ทันใดนั้น แม่ผัวนั้นได้ด่าดิฉันว่า นี่แกหรือฉันเป็นใหญ่กันแน่ ว่าแล้วก็คว้าก้อนดินทุ่มดิฉัน ดิฉันตายจากมนุษยโลกนั้นแล้วก็มาเกิดเป็นเทพธิดา [๘๑๔] ดิฉันทำกุศลกรรมนั้นไว้เท่านี้ ตนเองจึงได้มาเสวยผลกรรมที่นำความสุขมาให้ ได้รับการบำเรอบันเทิงใจอยู่ ด้วยกามคุณ ๕ ร่วมกับหมู่เทพ [๘๑๕] ดิฉันทำกุศลกรรมนั้นไว้เท่านี้ ตนเองจึงได้มาเสวยผลกรรมที่นำความสุขมาให้ มีท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครอง มีทวยเทพชั้นไตรทศรักษา เพียบพร้อมอยู่ด้วยกามคุณ ๕ [๘๑๖] ผลบุญดังกล่าวมานี้มิใช่เล็กน้อย บุญที่ดิฉันได้ถวายอ้อยให้ผลมาก ดิฉันจึงได้รับการบำเรอบันเทิงใจอยู่ ด้วยกามคุณ ๕ ร่วมกับหมู่เทพ [๘๑๗] ผลบุญดังกล่าวมานี้มิใช่เล็กน้อย บุญที่ดิฉันได้ถวายอ้อยมีอานุภาพมาก ดิฉันจึงมีท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครอง มีทวยเทพชั้นไตรทศรักษา ดังท้าวสหัสสนัยน์ในนันทวัน [๘๑๘] พระคุณเจ้าผู้เจริญ ดิฉันเข้าไปหาพระคุณเจ้า ผู้อนุเคราะห์ซึ่งมีปัญญาแล้ว กราบไหว้และถามถึงความไม่มีโรค จากนั้นก็มีจิตเลื่อมใส เกิดปีติสุดประมาณ ได้ถวายท่อนอ้อยแด่พระคุณเจ้า
อุจฉุวิมานที่ ๑๐ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๙๔}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๖ หน้าที่ ๙๓-๙๔. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=26&siri=48                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=26&A=1676&Z=1710                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=26&i=48                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu26


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :