ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
๑๐. ขัลลาฏิยเปติวัตถุ
เรื่องนางเปรตศีรษะล้าน
(หัวหน้าพ่อค้าถามนางเวมานิกเปรตตนหนึ่งว่า) [๕๘] ท่านเป็นใครกันเล่า อยู่แต่ภายในวิมาน ไม่ออกมาข้างนอกเลย นางผู้เจริญ เชิญท่านออกมาเถิด ข้าพเจ้าจะขอชมท่านผู้มีฤทธิ์มาก (นางเวมานิกเปรตตอบว่า) [๕๙] ดิฉันเป็นหญิงเปลือยกาย มีแต่ผมปิดบังไว้ กระดากอายที่จะออกไปข้างนอก ดิฉันได้ทำบุญไว้น้อยนัก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๗๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๑. อุรควรรค]

๑๐. ขัลลาฏิยเปติวัตถุ

(หัวหน้าพ่อค้ากล่าวว่า) [๖๐] นางผู้มีรูปงาม เอาเถอะ ข้าพเจ้าจะให้ผ้าเนื้อดีแก่ท่าน เชิญท่านนุ่งผ้านี้ ครั้นนุ่งผ้านี้เสร็จแล้วจงออกมา ขอเชิญออกมาภายนอกนะนางผู้เจริญ ข้าพเจ้าจะขอชมท่านผู้มีฤทธิ์มาก (นางเวมานิกเปรตตอบว่า) [๖๑] ผ้านั้นถึงท่านจะหยิบยื่นให้ที่มือของดิฉันเอง ก็ไม่สำเร็จแก่ดิฉัน ถ้าในหมู่ชนนี้มีอุบาสกผู้มีศรัทธา เป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า [๖๒] ขอท่านจงให้อุบาสกนั้นนุ่งห่มผ้าที่ท่านจะให้ดิฉัน แล้วอุทิศส่วนบุญให้ดิฉัน เมื่อทำอย่างนั้น ดิฉันจักถึงความสุข พรั่งพร้อมด้วยสมบัติตามปรารถนาทุกอย่าง (พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลายกล่าวคาถาเหล่านี้ว่า) [๖๓] พ่อค้าเหล่านั้นให้อุบาสกนั้นอาบน้ำ ลูบไล้ด้วยของหอม ให้นุ่งห่มผ้าแล้ว อุทิศส่วนบุญไปให้นางเวมานิกเปรตนั้น [๖๔] ในลำดับที่พวกพ่อค้าอุทิศส่วนบุญให้นั้นเอง วิบากคืออาหาร เครื่องนุ่งห่ม และน้ำดื่ม ก็เกิดขึ้นแก่นางเวมานิกเปรตนั้น นี้เป็นผลแห่งทักษิณา [๖๕] ลำดับนั้น นางมีร่างกายหมดจด นุ่งผ้าสะอาด สวมใส่ผ้าเนื้อดีกว่าผ้าแคว้นกาสี เดินยิ้มออกมาจากวิมาน นี้เป็นผลแห่งทักษิณา [๖๖] อนึ่ง วิมานของท่านงดงาม มีรูปภาพวิจิตรดี สว่างไสว แม่เทพธิดา พวกข้าพเจ้าถามแล้ว ขอเธอจงบอก นี้เป็นผลของกรรมอะไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๗๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๑. อุรควรรค]

๑๑. นาคเปตวัตถุ

(เทพธิดานั้นตอบว่า) [๖๗] ดิฉันมีจิตเลื่อมใสดีแล้ว ได้ถวายแป้งคั่วเจือด้วยน้ำมัน แด่ภิกษุผู้ปฏิบัติตรงซึ่งกำลังเที่ยวภิกขาจาร [๖๘] ดิฉันเสวยวิบากแห่งกุศลกรรมนั้นในวิมาน สิ้นกาลนาน แต่เดี๋ยวนี้ ผลบุญนั้นเหลืออยู่นิดหน่อย [๖๙] พ้นจาก ๔ เดือนไปแล้ว ดิฉันจักตาย จักตกนรกอันเร่าร้อนแสนสาหัส [๗๐] นรกนั้นมี ๔ เหลี่ยม มีประตู ๔ ด้าน กรรมสร้างจำแนกไว้เป็นส่วนๆ ล้อมรอบด้วยกำแพงเหล็ก ครอบไว้ด้วยแผ่นเหล็ก [๗๑] พื้นนรกนั้นล้วนเป็นเหล็กแดงลุกเป็นเปลวเพลิง ประกอบด้วยความร้อน แผ่ไปรอบตลอดร้อยโยชน์อยู่ตลอดกาล [๗๒] ดิฉันจักต้องเสวยทุกขเวทนาในมหานรกนั้นยาวนาน ด้วยว่า การเสวยทุกข์เช่นนี้เป็นผลกรรมชั่ว เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงเศร้าโศกอย่างหนัก
ขัลลาฏิยเปติวัตถุที่ ๑๐ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๖ หน้าที่ ๑๗๗-๑๗๙. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=26&siri=95                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=26&A=3141&Z=3181                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=26&i=95                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu26


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com