ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต]

๑. อวาริยวรรค ๑. อวาริยชาดก (๓๗๖)

๖. ฉักกนิบาต
๑. อวาริยวรรค
หมวดว่าด้วยบิดาของนางอวาริยา
๑. อวาริยชาดก (๓๗๖)
ว่าด้วยบิดาของนางอวาริยา
(ฤๅษีโพธิสัตว์กล่าวสอนพระราชาอยู่ทุกๆ วันว่า) [๑] ขอถวายพระพรมหาบพิตรผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ขอพระองค์อย่าทรงพิโรธเลย มหาบพิตรผู้เป็นจอมทัพ ขอพระองค์อย่าทรงพิโรธเลย พระราชาผู้ไม่ทรงพิโรธตอบผู้ที่โกรธ ย่อมเป็นที่บูชาของชาวแว่นแคว้น [๒] อาตมภาพพร่ำสอนในที่ทุกสถาน คือ ทั้งในหมู่บ้าน ในป่า ในที่ลุ่ม หรือในที่ดอน ขอถวายพระพรมหาบพิตรผู้จอมทัพ ขอพระองค์อย่าทรงพิโรธเลย (พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถึงนายเรือผู้โง่เขลาว่า) [๓] ที่แม่น้ำคงคาได้มีคนแจวเรือจ้างชื่ออวาริยปิตา๑- เขารับส่งคนข้ามฟากก่อนแล้วจึงขอค่าโดยสารภายหลัง เพราะเหตุนั้น เขาจึงมีการทะเลาะวิวาทกับคนโดยสาร จึงไม่เจริญด้วยโภคะทั้งหลาย เชิงอรรถ : อวาริยปิตา แปลว่า เป็นบิดาของนางอวาริยา (ขุ.ชา.อ. ๕/๓/๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๒๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต]

๑. อวาริยวรรค ๒. เสตเกตุชาดก (๓๗๗)

(ฤๅษีโพธิสัตว์บอกถึงเหตุที่จะให้โภคะเจริญแก่นายเรือนั้นว่า) [๔] พ่อเรือจ้าง ท่านจงขอค่าโดยสาร กับคนที่ยังไม่ได้ข้ามไปฝั่งโน้นก่อนซิ เพราะว่า ใจของคนที่ข้ามฟากไปแล้วเป็นอย่างหนึ่ง ใจของคนที่ต้องการจะข้ามฟากเป็นอีกอย่างหนึ่ง (ฤๅษีโพธิสัตว์สอนนายเรือนั้นอีกว่า) [๕] อาตมภาพพร่ำสอนในที่ทุกสถาน คือ ทั้งในหมู่บ้าน ในป่า ในที่ลุ่ม หรือในที่ดอน พ่อเรือจ้าง ขอท่านอย่าโกรธเลย (พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายว่า) [๖] พระราชาได้พระราชทานบ้านส่วยเพราะอนุสาสนีบทใด เพราะอนุสาสนีบทนั้นแหละ คนแจวเรือจ้างจึงได้ตบปาก๑- (พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสข้อความสุดท้ายว่า) [๗] ถาดใส่อาหารก็ตกแตกแล้ว ภรรยาก็ถูกทำร้าย และเด็กที่เกิดในครรภ์ก็แท้งตกลงมาที่ภาคพื้น เขาไม่อาจจะให้ประโยชน์เกิดขึ้นจากโอวาทนั้นได้ เหมือนเนื้อไม่อาจจะให้ประโยชน์เกิดขึ้นจากทองคำ๒-
อวาริยชาดกที่ ๑ จบ
๒. เสตเกตุชาดก (๓๗๗)
ว่าด้วยเสตเกตุดาบส
(พระโพธิสัตว์เป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์สอนมาณพเสตเกตุผู้เป็นหัวหน้าศิษย์ว่า) เชิงอรรถ : ตบปาก ในที่นี้หมายถึงตบปากของฤาษีโพธิสัตว์ (ขุ.ชา.อ. ๕/๖/๕) ไม่อาจจะให้ประโยชน์เกิดขึ้นจากทองคำ คือ ไม่อาจทำทองคำให้เกิดเป็นประโยชน์ได้ (ขุ.ชา.อ. ๕/๗/๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๒๘}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๒๒๗-๒๒๘. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=27&siri=376                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=27&A=3825&Z=3847                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=831                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu27


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com