ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต]

๕. จูฬโพธิชาดก (๔๔๓)

๕. จูฬโพธิชาดก (๔๔๓)
ว่าด้วยจูฬโพธิกุมาร
(พระราชาตรัสถามพระโพธิสัตว์ว่า) [๔๙] พราหมณ์ ถ้าจะพึงมีคนมาพานางปริพาชิกาของท่าน ผู้มีดวงตางาม ยิ้มแย้มร่าเริงน่ารักนี้ไปโดยพลการ ท่านจะทำอย่างไรเล่า (พระโพธิสัตว์ตอบว่า) [๕๐] ถ้าอาตมาเกิดความโกรธขึ้น ความโกรธก็จะไม่พึงเสื่อมคลาย จะไม่เสื่อมคลายตลอดชีวิตของอาตมา อาตมาจะห้ามความโกรธเสียโดยพลัน เหมือนฝนห่าใหญ่ระงับฝุ่นละออง (พระราชาตรัสว่า) [๕๑] วันก่อน ท่านนั้นกล่าวอวดอ้างอย่างไรหนอ วันนี้ดูเหมือนมีกำลัง จึงทำเป็นนั่งนิ่งเย็บผ้าห่มอยู่ ณ บัดนี้ (พระโพธิสัตว์ทูลตอบว่า) [๕๒] อาตมาเกิดความโกรธขึ้นแล้ว ความโกรธไม่เสื่อมคลาย จะไม่เสื่อมคลายตลอดชีวิตของอาตมา อาตมาได้ห้ามความโกรธเสียแล้วโดยพลัน เหมือนฝนห่าใหญ่ระงับฝุ่นละออง (พระราชาตรัสว่า) [๕๓] ทำไม ความโกรธที่เกิดขึ้นแล้วแก่ท่านจึงไม่เสื่อมคลาย ทำไม ความโกรธจึงไม่เสื่อมคลายตลอดชีวิตของท่าน ไฉน ท่านจึงห้ามความโกรธได้เหมือนฝนห่าใหญ่ระงับฝุ่นละออง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๓๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต]

๕. จูฬโพธิชาดก (๔๔๓)

(พระโพธิสัตว์ทูลว่า) [๕๔] เมื่อความโกรธเกิดขึ้นย่อมมองไม่เห็น เมื่อไม่เกิดย่อมมองเห็นได้ดี ความโกรธนั้นเกิดขึ้นแล้วแก่อาตมา จึงไม่เสื่อมคลาย เพราะความโกรธเป็นอารมณ์ของคนโง่ [๕๕] ความโกรธที่เกิดขึ้น เป็นเหตุให้ศัตรูผู้มุ่งความทุกข์พอใจ ได้เกิดขึ้นแก่อาตมา ยังไม่เสื่อมคลายเลย เพราะความโกรธเป็นอารมณ์ของคนโง่ [๕๖] อนึ่ง เมื่อเกิดความโกรธขึ้น บุคคลย่อมไม่หยั่งรู้ประโยชน์ของตัวเอง ความโกรธนั้นเกิดขึ้นแล้วแก่อาตมา ยังไม่เสื่อมคลายเลย เพราะความโกรธเป็นอารมณ์ของคนโง่ [๕๗] คนถูกความโกรธใดครอบงำ ย่อมละทิ้งกุศลธรรม ทำประโยชน์แม้อันไพบูลย์ให้เสียไป ความโกรธนั้นมีเสนาน่าสะพรึงกลัว มีกำลังย่ำยี ความโกรธของอาตมายังไม่เสื่อมคลายไปเลย มหาบพิตร [๕๘] เมื่อไม้แห้งเสียดสีกันอยู่ก็เกิดไฟป่า ไฟนั้นเกิดจากไม้แห้งอันใดก็ไหม้ไม้แห้งนั้นเอง [๕๙] ความโกรธย่อมเกิดขึ้นเพราะความแข่งดีของคนพาลผู้โง่เขลา ไม่มีความรู้ แม้เขาก็ถูกความโกรธนั้นแหละเผาผลาญ [๖๐] ความโกรธย่อมเพิ่มพูนแก่ผู้ใดเหมือนดังไฟที่กองหญ้าและไม้แห้ง ผู้นั้นย่อมเสื่อมยศเหมือนดวงจันทร์ข้างแรม [๖๑] ผู้ใดระงับความโกรธเสียได้เหมือนไฟที่ปราศจากเชื้อ ผู้นั้นยศย่อมบริบูรณ์เหมือนดวงจันทร์ข้างขึ้น
จูฬโพธิชาดกที่ ๕ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๓๑}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๓๓๐-๓๓๑. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=27&siri=443                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=27&A=5611&Z=5648                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=1367                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu27


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com