ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต]

๖. มัณฑัพยชาดก (๔๔๔)

๖. มัณฑัพยชาดก (๔๔๔)
ว่าด้วยมัณฑัพยคหบดี
(ดาบสกระทำสัจจวาจาว่า) [๖๒] อาตมาต้องการบุญ มีจิตเลื่อมใส ประพฤติพรหมจรรย์อยู่ได้เพียง ๗ วันเท่านั้น ต่อแต่นั้น แม้จะไม่พอใจประพฤติพรหมจรรย์ ก็ยังประพฤติมาเกิน ๕๐ ปี ด้วยสัจจวาจานี้ ขอจงมีความสวัสดี ขอพิษจงคลาย ขอยัญญทัตต์กุมารจงรอดชีวิต (บิดากระทำสัจจวาจาว่า) [๖๓] เพราะแต่ไหนแต่ไรมา ข้าพเจ้าเห็นแขกในเวลามาพัก ก็ไม่ยินดีให้พัก อนึ่ง สมณะและพราหมณ์ทั้งหลายแม้ผู้เป็นพหูสูต ก็ไม่ทราบความที่ข้าพเจ้าไม่พอใจ ข้าพเจ้าแม้จะไม่พอใจก็ตาม ก็ยังให้ทาน ด้วยสัจจวาจานี้ ขอจงมีความสวัสดี ขอพิษจงคลาย ขอยัญญทัตต์ลูกพ่อจงรอดชีวิต (มารดากระทำสัจจวาจาว่า) [๖๔] ลูกรัก อสรพิษที่มีพิษร้ายแรงตัวใด ได้โผล่ขึ้นจากปล่องมากัดเจ้า วันนี้ อสรพิษตัวนั้น และบิดาของเจ้า ไม่มีความแตกต่างกันเลย เพราะไม่ได้เป็นที่รักของแม่ ด้วยสัจจวาจานี้ ขอจงมีความสวัสดี ขอพิษจงคลาย ขอยัญญทัตต์ลูกชายจงรอดชีวิต {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๓๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต]

๖. มัณฑัพยชาดก (๔๔๔)

(นายมัณฑัพยะถามทีปายนดาบสว่า) [๖๕] ชนบางพวกผู้สงบระงับ ฝึกตนแล้ว บวชเป็นดาบส มีรูปร่างไม่น่าใคร่ไม่มีเลย นอกเสียจากกัณหดาบส ท่านทีปายนดาบส ท่านรังเกียจอะไร จึงไม่พอใจประพฤติพรหมจรรย์ (ทีปายนดาบสตอบว่า) [๖๖] กัณหดาบสนั้นเป็นคนโง่จริงหนอ เหมือนกับเด็กใบ้น้ำลาย ออกบวชด้วยศรัทธาแล้วยังกลับไปหาสิ่งนั้นอีก อาตมารังเกียจวาทะเช่นนี้ ถึงไม่พอใจก็ยังประพฤติพรหมจรรย์ ซึ่งเป็นฐานะที่วิญญูชนสรรเสริญและเป็นฐานะของสัตบุรุษ อาตมาจึงบำเพ็ญบุญแม้อย่างนี้ (ทีปายนดาบสย้อนถามว่า) [๖๗] ท่านเลี้ยงดูสมณะ พราหมณ์ และคนเดินทาง ให้อิ่มหน่ำด้วยข้าวและน้ำ เรือนของท่านนี้เพียบพร้อมด้วยข้าวและน้ำ มีภักษาหารเปรียบดังอู่ข้าวอู่น้ำ เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านรังเกียจวาทะอะไร ถึงไม่พอใจก็ยังให้ทานนี้ (นายมัณฑัพยะตอบว่า) [๖๘] บิดาและปู่ของข้าพเจ้าเป็นคนมีศรัทธา เป็นทานบดี เป็นผู้รู้ความประสงค์ของผู้ขอ ข้าพเจ้าผู้ประพฤติตามประเพณีของตระกูลนั้น อย่าได้ชื่อว่า เป็นคนทำลายตระกูลคนสุดท้ายเลย ข้าพเจ้ารังเกียจวาทะเช่นนั้น ถึงไม่พอใจก็ยังคงให้ทานนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๓๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต]

๗. นิโครธชาดก (๔๔๕)

(นายมัณฑัพยะถามภรรยาว่า) [๖๙] นี่นางผู้มีทรวดทรงงาม เราได้นำเจ้าผู้ยังเป็นหญิงวัยรุ่น ยังไม่มีปัญญาสามารถจัดแจงทรัพย์ได้มาจากตระกูลญาติ และเจ้าก็มิได้บอกให้รู้ถึงความที่เจ้าไม่รักเรา ยังบำเรอเราโดยปราศจากความรัก เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไร เจ้าจึงยังอยู่ร่วมกับเราอย่างนี้ แม่นางผู้เจริญ (ภรรยาตอบว่า) [๗๐] ตั้งแต่ไหนแต่ไรเนิ่นนานมาแล้ว หญิงสาวคนหนึ่งทิ้งสามีแล้วได้ชายอื่นเป็นสามีไม่มีในตระกูลนี้ ขอดิฉันผู้ประพฤติตามประเพณีของตระกูลนั้น อย่าชื่อว่า เป็นคนทำลายตระกูลคนสุดท้ายเลย ดิฉันรังเกียจวาทะเช่นนั้น ถึงไม่พอใจก็ยังบำเรอท่านอยู่ (ภรรยากล่าวขอโทษนายมัณฑัพยะผู้เป็นสามีว่า) [๗๑] ท่านมัณฑัพยะ วันนี้ดิฉันพูดคำที่ไม่ควรพูด เพื่อเห็นแก่ลูก ขอท่านจงอดโทษถ้อยคำที่ดิฉันพูดนั้นเถิด ไม่มีสิ่งอื่นใดในโลกนี้ จะยิ่งไปกว่าความรักลูก ขอยัญญทัตต์ลูกของเรานั้นจงรอดชีวิตเถิด
มัณฑัพยชาดกที่ ๖ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๓๓๒-๓๓๔. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=27&siri=444                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=27&A=5649&Z=5689                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=1380                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu27


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :